ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรม วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

(428) อัศจรรย์ธรรมปฏิบัติสัญจร อ.ยางตลาด กาฬสินธุ์ กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร



นิทาน "ธรรม" อัศจรรย์
ธรรมปฏิบัติสัญจร กาฬสินธุ์
กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
🔶
ท่านทั้งหลาย เมื่อวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้รับนิมนต์จากคุณแสงเดือน ศุภอุดร ให้ไปภาวนาแผ่เมตตา และทำบุญแด่บิดามารดาของเธอ ณ บ้านโคก ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยหลวงพ่อและชาวคณะได้ไปพักภาวนาที่ชายทุ่งนาในระแวกนั้น

เทวดาเทือกเขาภูพาน
ในช่วงค่ำคืน ก่อนที่จะสวดมนต์และนั่งภาวนา หลวงพ่อพูดว่า "เอ้า ใครได้กลิ่นหอมบ้าง กลิ่นของเทวดาจะหอมคล้ายๆกับน้ำอบน้ำหอม เพราะเทวดาเขาก็ชอบปะพรมน้ำอบน้ำหอมเช่นกัน" ซึ่งหลายคนก็สัมผัสรับรู้ได้ พอออกจากสมาธิแล้ว หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า มีเทวดาที่อาศัยอยู่แถวตีนเขาทางขึ้นภูพาน ฝั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มากราบนิมนต์หลวงพ่อและชาวคณะ เมตตาไปโปรดที่ถิ่นของพวกเขาบ้าง แต่หลวงพ่อไม่ได้รับปาก หากมีโอกาสถึงจะได้ไป

กาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์
การมาภาวนาที่นี่ หลวงพ่อได้เล่านิทานธรรมอัศจรรย์ที่รู้เห็นมาให้ฟัง พอสรุปได้ว่า ในอดีตเมื่อราว 200 ล้านปีที่ผ่านมา ดินแดนแถบเมืองกาฬสินธุ์นี้ เคยเป็นถิ่นของสัตว์ไดโนเสาร์ (ปัจจุบันมีการขุดพบโครงกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก) และในยุคสมัยนั้น เขตเมืองกาฬสินธุ์เป็นชายฝั่งทะเล ตั้งแต่มหาสารคามลงไปเป็นทะเล ต่อมาแกนโลกได้พลิกเอียง จึงทำให้น้ำทะเลเคลื่อนลงไปดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงพ่อเล่าถึง "ธรรมะ" ได้แสดงและอธิบายเปรียบเทียบเรื่องเหล่านี้ว่า อุปมาดั่ง เรานอนหงายแล้วตะแคงไปซ้ายหรือขวา (ผู้เขียน : เหมือนกับเราเอียงถ้วยน้ำไปซ้ายไปขวา น้ำก็จะยังรักษาพื้นระนาบเดิมไว้)

"ธรรมะ" แสดงเปรียบเทียบ
โลกและมนุษย์มีธรรมชาติเหมือนกัน
นอกจากนั้น หลวงพ่อยังได้เปรียบเทียบให้ฟังต่อไปว่า การระเบิดของภูเขาไฟและแผ่นดินไหว "ธรรมะ" ก็ได้แสดงเปรียบเทียบให้เห็น อุปมาว่า เหมือนร่างกายของคนเรา เมื่อท้องอืดท้องเฝ้อ จึงผายลมออกมา เมื่อโลกมีอาการท้องอืดท้องเฝ้อ ก็ต้องผายลมออกด้วยอาการแผ่นดินไหวเช่นกัน ส่วนมนุษย์ต้องมีการขับถ่ายอุจจาระของเสีย โลกก็ต้องขับถ่ายออกมาเป็นลาวาภูเขาไฟเช่นกัน มนุษย์มีเชื้อโรคหลายชนิดคอยกัดทำลายอวัยวะทั้งภายนอกภายใน โลกก็มีมนุษย์เป็นเสมือนเชื้อโรคหนึ่งของโลก มนุษย์คอยตัดต้นไม้ ระเบิดทำลายธรรมชาติต่างๆ จึงทำให้พื้นผิวโลกชำรุดเสียหาย มนุษย์จึงเป็นตัวเชื้อโรคที่ทำให้เกิดเภทภัยต่างๆบนโลก ซึ่ง "โลก" กับ "มนุษย์" จึงมีสภาพธรรมชาติคล้ายๆกัน มีเกิดมีตาย มีสลายเช่นเดียวกัน จะต่างกันก็ตรงที่มีอายุยืนยาวกว่ากัน เรื่องนี้พระพุทธองค์ก็เคยตรัสรับรองว่า "เราก็รู้เห็นเช่นเดียวกับเธอ แล้วเธอยังสงสัยอะไรอีก"

หลวงปู่ไดโนเสาร์
หลังจากออกจากสมาธิในตอนเช้า หลวงพ่อเล่าเรื่องอัศจรรย์ที่รู้เห็นว่า หลวงปู่หา สุภโร แห่งวัดสักกะวัน ท่านก็เคยเกิดเป็นไดโนเสาร์ที่กาฬสินธุ์ เพราะท่านเคยสร้างบารมีอยู่แถวนี้ จึงได้มาอยู่แถวนี้
(ผู้เขียน : ผู้คนเรียกขานหลวงปู่หา สุภโร ว่า หลวงปู่ไดโนเสาร์ และท่านเป็นสหธรรมมิกกับหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ผู้เป็นครูอาจารย์ของหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร)

ญาณพระอรหันต์รู้กว้างไม่เท่ากัน

🔸ลูกศิษย์ : เหตุที่พระอรหันต์มีสี่ประเภท เพราะมีปัญญาญาณที่รู้เห็นไม่เท่ากันใช่ไหมครับ
🔹หลวงพ่อ : พระอรหันต์ แม้จะมีอาสวักขยญาณในการละกิเลสได้เหมือนกัน แต่จะมีปัญญาญาณที่รู้เห็นไม่เท่ากัน บางองค์ก็รู้เห็นนิดหน่อย บางองค์ก็ปานกลาง บางองค์ก็รู้เห็นกว้างขวางมาก ตามบุญวาสนาบารมีที่สร้างมา ผู้ที่รู้เห็นได้มากก็สามารถอธิบายธรรมได้กว้างขวางมาก ผู้ที่ท่านไม่รู้เห็นเลยจึงไม่สามารถอธิบายได้ พระอรหันต์ก็อธิบายได้เฉพาะในส่วนที่ท่านรู้เห็นเท่านั้น ดังนั้น จึงเห็นพระอรหันต์บางองค์ขาดปัญญาบ้าง จึงพาทำในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่พาทำก็มี ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงมิให้เอาสาวกอรหันต์รูปหนึ่งรูปใดเป็นครูอาจารย์ มีแต่พระบรมศาสดาเท่านั้น ที่เป็นครูอาจารย์ได้ เพราะพระพุทธองค์เรียนครบจบหมดแล้ว ส่วนสาวกอรหันต์ เป็นแต่เพียงผู้แนะนำให้ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าเท่านั้น
🔸ลูกศิษย์ : ผู้ที่รู้เห็นในธรรมอัศจรรย์ได้มาก เป็นผู้มีสัมภิทาญาณใช่ไหมครับ
🔹หลวงพ่อ : ไม่มีผู้ใดเก่งเท่าพระพุทธเจ้า เพราะปัญญาญาณของท่านรู้เห็นเป็นอนันตนัย ส่วนสาวกอรหันต์ประเภทปฏิสัมภิทาญาณสี่ ท่านจะรู้เห็นมากกว่าพระอรหันต์ประเภทอื่นๆ บางองค์ก็ได้ทั้งเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ จึงมีปัญญาญาณรู้เห็นลึกและกว้างขวาง สามารถอธิบายธรรมได้ล้ำลึกและกว้างขวางมาก แต่ก็ไม่เท่าพระพุทธเจ้า
🔸ลูกศิษย์ : ผู้ที่ได้ปฏิสัมภิทาญาณ ท่านก็ได้อภิญญาหกด้วยใช่ไหมครับ
🔹หลวงพ่อ : ใช่ แต่ก็หายากนะ เรารู้เห็นได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ไม่ต้องไปเทียบกับครูอาจารย์ อย่างหลวงปู่มั่นหรอก เพราะท่านเป็นที่สุดแล้วในยุคนี้
🔸 อนึ่ง ผู้เขียนได้เรียบเรียงคำสนทนาธรรมขึ้นมาใหม่ ด้วยความจำไม่เที่ยง จึงมีการตกแต่งและเสริมคำบ้าง แต่ใจความหลักใหญ่ยังคงอยู่มากที่สุด จึงกราบขอขมากรรมต่อหลวงพ่อด้วยเกล้า



ไม่มีใครต่ออายุให้ใครได้
เมตตาเทศน์โปรดที่บ้านโยม
เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2560 คุณแสงเดือน ศุภอุดร บิดามารดาและครอบครัว ได้นิมนต์หลวงพ่อและคณะวัดโคกปราสาท ไปฉันภัตตาหารและรับประทานอาหารที่บ้านของเธอ เนื่องในวาระทำบุญเพื่อความเป็นมงคลแก่คุณพ่อชนะ ศุภอุดร และหมู่ญาติ หลวงพ่อเมตตาแสดงธรรมหลายประการ โดยเฉพาะหัวข้อ "ความเชื่อเรื่องการต่ออายุ" ซึ่งหลวงพ่อได้พูดกับคณะศิษย์ผู้ติดตามก่อนแล้วว่า "นี้โยมพ่อเจ้าภาพคิดว่า หลวงพ่อจะมาต่ออายุให้เขาได้นะ" เมื่อถึงเวลาที่เจ้าภาพนิมนต์ให้เทศน์แล้ว หลวงพ่อจึงยกเอาเรื่องการต่ออายุนั้น ขึ้นมาแสดงเพื่อเป็นคติธรรม พอสรุปได้ว่า
🔸 "เรื่องการต่ออายุนี้ ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ จะสามารถต่ออายุให้กันได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็มิสามารถต่ออายุให้ใครได้ หากต่อได้ท่านคงต่อให้พวกเราทั้งหมดแล้ว คงจะไม่มีใครตายกันแน่ แต่นี้เพราะสังขารร่างกายมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องตายกันทุกคน พระพุทธเจ้าก็ยังตาย หลวงพ่อก็จะตาย หากหลวงพ่อต่ออายุให้ใครได้ หลวงพ่อคงต่ออายุให้พ่อแม่และลูกหลานของหลวงพ่อแล้ว แต่นี้ท่านก็ยังตายอยู่ ดังนั้น ขออย่าได้กลัวในความตาย แต่ขอให้กลัวว่า ในขณะนี้ ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้ เรามีความดีมากพอหรือยัง มีบุญมากพอหรือยัง เพราะเมื่อตายไปแล้ว มีแต่บุญและบาปเท่านั้นที่จะพาไป ดังนั้น ก็ขอให้พากันสร้างคุณงามความดี ให้ทาน รักษาศีล และภาวนา ให้มากพอ เพราะเมื่อตายไปแล้ว จะไม่สามารถทำอะไรได้อีก เพราะไม่มีสังขารร่างกายให้พาทำ"🔸


สุดท้ายนี้ ผู้เขียน ในนามตัวแทนวัดโคกปราสาท ขออนุโมทนากับคณะเจ้าภาพ ญาติธรรมผู้ติดตาม ผู้ถวายปัจจัยร่วมในการเดินทาง และผู้ร่วมอนุโมทนาทุกท่าน จงได้รับอานิสงส์จากธรรมปฏิบัติสัญจรในครั้งนี้ ทุกท่านเทอญ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
22 พฤษภาคม 2560







อนุโมทนาผู้ร่วมบุญ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

1. คุณแสงเดือน ศุภอุดร (เจ้าภาพนิมนต์) 15,000 บาท
2. ญาติธรรมชาวลำปลายมาศ 500 บาท
3. คุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล และครอบครัว 2,000 บาท
4. นายฤทธิชัย พิศแข 300 บาท
5. นางบุญสม ทองเสรี 200 บาท
6. คุณชมพู่ (ธริศรา ปวรภูบดินทร์) และครอบครัว 1,000 บาท
7. คุณสร้อยสุดา บุญมา 100 บาท
8. นายพัฒนิพนธ์ เหมบรรณดิษฐ์ 100 บาท
9. น.ส.อมราลักษณ์ เหมบรรณดิษฐ์ 100 บาท
10. คุณนันท์นลิน นันทปกรณ์ และครอบครัว 300 บาท
11. คุณศรันยา อินกลม และครอบครัว 500 บาท
12. คุณแสงดาว ศรีสุวรรณ 500 บาท
13. คุณธวัชชัย - นิตยา - ธนดล บุญมา และครอบครัว 500 บาท
14. คุณมนัสนันท์พัช และณัชษัณ พงศ์ธนัช 300 บาท
15. คุณพิมพารพร มามาก และครอบครัว 500 บาท
16. คุณมลิวัลย์และคุณอดิศร 200 บาท
17. ลูกศิษย์ถวายรวมที่หลวงพ่อ 7,600 บาท
18. ครอบครัว ฉลอง-ชิดชม ประดิษฐ์สุวรรณ 500 บาท
19. คุณวิรัช สกุล และครอบครัว 200 บาท
20. คุณเสริมศักดิ์นักร้อง 200 บาท
21. คุณชณิตพิณณ์ แพสุวรรฐ์ และครอบครัว 200 บาท
รวม 30,800 บาท

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

(427) หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร ถวายมุฑิตาและผ้าป่าแด่หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม วาระ 90 ปีหลวงปู่เหลือง




หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
ถวายมุฑิตาและผ้าป่าซื้ออุปกรณ์การแพทย์
แด่หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม
1 พฤษภาคม 2560

ท่านทั้งหลาย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้ไปกราบถวายมุฑิตาสักการะองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พระราชปัญญาวิสารัท หรือหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เนื่องในวาระที่หลวงปู่มีอายุครบรอบ 90 ปี 70 พรรษา ณ วัดกระดึงทอง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ และในกาลนี้ หลวงพ่อฉลวยและคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ได้น้อมถวายปัจจัย 377,750 บาท แด่หลวงปู่เหลือง เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลบ้านด่านด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะที่หลวงพ่อนำถวายปัจจัยผ้าป่าแด่หลวงปู่ หลวงปู่อนุโมทนา และเมตตากล่าวโอวาทสั้นๆ พอสรุปได้ว่า...
🔸 "ทำอย่างนี้ซิเป็นบุญ การสละเงินสละทองเพื่อการทำบุญ เป็นการฝากไว้ เมื่อเราตายเมื่อไร บุญจะติดตามไป เงินทองใช้ได้แต่ในโลกนี้เท่านั้น แต่เมื่อนำมาทำบุญ จะกลายเป็นอริยทรัพย์ติดตามไป จะเชื่อ ไม่เชื่อก็ชั่ง" 🔸
เมื่อหลวงปู่เหลืองกล่าวโอวาทจบลง หลวงพ่อและคณะศิษย์ได้กราบลาหลวงปู่ หลังจากนั้น หลวงพ่อฉลวยเมตตาแวะไปเยี่ยมคณะโรงทานวัดโคกปราสาท เพื่อให้กำลังใจและอนุโมทนากับคณะลูกศิษย์ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับวัดโคกปราสาททันที




🔸 อนึ่ง หลวงพ่อพูดเป็นนัยๆ เพื่อลูกศิษย์จะได้มีปัญญาสร้างบุญ พอสรุปได้ว่า... ผู้ใดได้ร่วมกิจกรรมงานบุญกุศลเพื่อถวายสักการะหลวงปู่เหลืองในวาระนี้ จักมีอานิสงส์มากมาย เพราะโอกาสอย่างนี้หาได้ยากยิ่ง ในโลกปัจจุบันนี้ จะมีสักกี่แห่ง จะมีสักกี่โอกาส ที่พระอริยเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เมื่อมีโอกาสให้พากันรีบทำเอา อย่าประมาทผลัดวันประกันพรุ่งไปตามกิเลส เมื่อหมดโอกาสจะไม่มีผู้ใดช่วยได้
🔹 อย่างไรก็ตาม อุบาสิกาป้าหวังและป้าสม เล่าให้ฟังว่า เทวดาพากันมามากมาย เขาพากันมาอนุโมทนา กับผู้ที่ร่วมถวายปัจจัย ผู้มาทำโรงทาน และคณะผู้ติดตามหลวงพ่อ และคณะผู้ศรัทธาทุกสายทุกหมู่เหล่า ที่มาร่วมกิจกรรมการกุศลที่วัดกระดึงทองในวาระนี้
🔹 อุบาสิกาป้าหวังผู้มีธรรม เอ่ยด้วยความปีติว่า.. "ป้าปีติยินดี บุญเกิดมากมาย ป้าเห็นบุญเกิดกับทุกคน แสงสว่างไสว วิญญาณแถวนี้ก็ได้รับบุญมากมาย เทวดาก็ได้รับบุญมากมาย ป้าเห็นบุญแล้วน้ำตาป้าจะไหล แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้"
ท้ายนี้ ผู้เขียนขออนุโมทนากับผู้ร่วมถวายปัจจัย ผู้ปฏิบัติโรงทานพร้อมทั้งปฏิบัติภาวนาบูชา ผู้ร่วมติดตามหลวงพ่อ และผู้ร่วมอนุโมทนา ทุกท่าน ทุกประการครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
17 พฤษภาคม 2560






อนุโมทนารายนาม
ผู้ร่วมบุญซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์
กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
และหลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม
(ปิดกองบุญแล้ว 1 พฤษภาคม 2560)

1. คุณจีระพันธ์ ยมพินิจ และครอบครัว 1,000 บาท
2. ไม่ประสงค์ออกนาม 4,000 บาท
3. คุณณัฐสุดา จันทวุฒิ และครอบครัว 249 บาท
4. คุณณัชษัณ พงศ์ธนัช 500 บาท
5. คุณสมหวัง ก้อนกงไกว และครอบครัว 1,000 บาท
6. คุณเสมอ พลายพิชิต และครอบครัว 1,000 บาท
7. คุณกบิลพัทธ์ บุญยะมาตย์ และครอบครัว 500 บาท
8. คุณสุรีรัตน์ กิตติมงคลพร 400 บาท
9. อ.ธรรมรัตน์ นาคจรัส 1,000 บาท
10. คุณวิโรจน์ เศรษฐปราโมทย์ 2,000 บาท
11. คุณ Pirawat Koyothar 300 บาท
12. ไม่ออกนาม 108 บาท
13. คุณกัญจน์วราห์ บุญเกื้อหนุน 500 บาท
14. คุณชณิตพิณณ์ แพสุวรรฐ์ 109 บาท
15. คุณพินิสดา วรรณวิไล 200 บาท
16. คุณชลวิทย์-คุณเกศกาญจน์ บุปผเวส 2,000 บาท
17. ผศ.ดร.เสริมศิริ อัครพุฒิพันธ์ 5,000 บาท
18. คุณชิดชม - คุณฉลอง ประดิษฐ์สุวรรณ 500 บาท
19. คุณธริศรา ปวรภูบดินทร์ และครอบครัว 1,000 บาท
20. นายไกรย์ ดีหมื่นไวย์ และครอบครัว 10,000 บาท
21. คุณพิมพาพร มามาก และครอบครัว 500 บาท
22. จ.ส.อ.กชพัฒน์ เพ็ญวิจิตร และครอบครัว 1,000 บาท
23. คุณบังอร - คุณเมธี ชัยโอสถ 3,000 บาท
24. คุณมลิวัลย์ - คุณอดิศร ภัทรวรคุณ 300 บาท
25. คุณรัชนี ฤทธิ์ไธสง 1,000 บาท
26. คุณธัญญทร ขัดชุ่มแสง 200 บาท
27. คุณลลิภัศร์ กิรปพน และครอบครัว 500 บาท
28. คุณสัจจา หมายเคียงกลาง 2,000 บาท
29. คุณไกรวุธ จันสุข และครอบครัว 1,000 บาท
30. คุณณัฐพล เลี้ยงบุญเลิศชัย 200 บาท
31. คุณกนกชญา ทวีศิลป์ 1,000 บาท
32. พ.อ.ประมวล มธุรส และครอบครัว 2,000 บาท
33. นายธนดล บุญมา และครอบครัว 1,000 บาท
34. นายฤทธิชัย พิศแข 100 บาท
35. นางสาว ณิชากร พิศแข 100 บาท
36. นางบุญสม ทองเสรี 100 บาท
37. คุณชัยพร อาษานอก 500 บาท
38. คุณพิกุล เพ็ชรประเสริฐ และครอบครัว 500 บาท
39. ครอบครัวคงบุรี 300 บาท
40. ไม่ประสงค์ออกนาม 300 บาท
41. คุณพ่อปัญญา แสนอยู่ 3,000 บาท
42. นายวีรวัฒย์ พ่อศรียา 200 บาท
43. คุณบาบี๋ แม่กังฟูและภูผา 500 บาท
44. คุณประพักตร์ คำทอง และครอบครัว 1,000 บาท
45. คุณวิทยา กาฬเนตร และครอบครัว 500 บาท
46. คุณอำพร เพ็ชร์เสนา 500 บาท
47. น.ส.วิภารัตน์ ภิญโญยิ่งวานิช 500 บาท
48. คุณนศมณ 500 บาท
49. ไม่ออกนาม 1,000 บาท
50. คุณ ช. บล วิสุทธิ 100 บาท
51. นางวรินทร วงศ์บูรณพันธุ์ 200 บาท
52. นายสุเมศ - นางนิศากร - นายธุวานนท์ - นายชัชวุฒิ - น.ส.พรศจี วจะรักษ์เลิศ 5,000 บาท
53. นายจักรวาล - นางสุพรรณี - ด.ช.ภัททิยะ วรรณโกษิตย์ 100 บาท
54. คุณธนวิชญ์ ดิษฐ์ประเสริฐ และครอบครัว 100 บาท
55. นพ.วิบูลย์ กมลพรวิจิตร และครอบครัว 5,000 บาท
56. ไม่ประสงค์ออกนาม 1,100 บาท
57. คุณสุภาสินี ไวยภาคี 500 บาท
58. คุณถวัลย์ ตันรัตนาวงศ์ และครอบครัว 2,000 บาท
59. ร.ต.อ.ศุภชัย อุดหนองเลา และครอบครัว 1,000 บาท
60. นายอัฐพล ยืนชนม์ 300 บาท
61. นายวิทยา นางเมตตา อิสระวิถี 1,000 บาท
62. นางจำเรียง มหิดุลย์ 200 บาท
63. นายอมรเทพ เจริญพร้อม 100 บาท
64. นายพัฒนิพนธ์ เหมบรรณดิษฐ์ น.ส.สร้อยสุดา บุญมา น.ส.อมราลักษณ์ เหมบรรณดิษฐ์ 500 บาท
65. คณะบ้านธรรมชาติ 1,000 บาท
66. คุณพัชร พระพรหม 250 บาท
67. ไม่ออกนาม 400 บาท
68. คุณภัทรพล-ผ่องพรรณ สาลีสี 500 บาท
69. คุณรัตนา การเกตุ และครอบครัว 200 บาท
70. คุณนวลพรรณ วิภาตกุล 300 บาท
71. คุณบุญนิสา บุญสิทธิ์ และครอบครัว 300 บาท
72. คุณบุญเพ็ญ คล่องแคล่ว และครอบครัว 1,000 บาท
73. คุณนิธิพร คงไทย 500 บาท
74. คุณสุทธิรัตน์ คงไทย 300 บาท
75. นาย สาวิตร ศรอินทร์- นส. พุทธิชาต นามบุตร -ดญ. ณิศรา ศรอินทร์ 101,100 บาท
76. คุณธนัท ธนาประชุม 1,000 บาท
77. นายวิบูลย์รัตน์- ดญ.บูรณุษม์-ดญ.ปุญญานิญช์ เตชวุฒิพร และนางสาวเพียงใจ สุทธิรักษ์ 400 บาท
78. คุณบุษยมาส อัตถะสัมปุณณะ 500 บาท
79. คุณบรรลือศักดิ์ ใจครองแก้ว 300 บาท
80. คุณสุรศักดิ์ สุรินธรรม และครอบครัว 500 บาท
81. คุณจิตร อบต.หลุ่งตะเคียน 300 บาท
82. คุณปริญญา ทองนันไชย 500 บาท
83. นายสิปปวิชญ์ ศรีสุทัศน์ นางสาวน้ำฝน สองศรี และครอบครัว 1,000 บาท
84. คุณวิชัย-คุณ สุรีย์-คุณ มธุริน รายรัตน์ 500บาท
85. คุณ Nin Ja 1,100 บาท
86. นายฤทธี-นางสายพิน ปานหลาย และครอบครัว 1,000 บาท
87. ผอ.สุวัฒน์ - ปลัดโจ๊ก และญาติธรรม 5,100 บาท
88. คุณสมหวัง ก้อนกงไกว ภรรยาและบุตร (เพิ่มเติมอีก) 500 บาท
89. ศิษย์วัดโคกปราสาท 100 บาท
90. คุณภาสวัฒน์ พรโชคอนันตชัย 3,000 บาท
91. คุณปภาดา วรกิจบำรุง และครอบครัว 500 บาท
92. คุณอัฏฐพล อัคฮาด 300 บาท
93. คุณชฎาณิศ อริกุล 500 บาท
94. น.ส.วันดี เอี่ยมจำรัส พร้อมพ่อแม่ สามี และลูก 300 บาท
95. ไม่ออกนาม 200 บาท
96. คุณทนงศักดิ์ ฤกษ์ลักษณี และครอบครัว 8,800 บาท(ถวายที่หลวงพ่อ)
97. ในนามน้องจิ๊ 1,000 บาท
98. น.ส.นพวรรณ วิภาตกุล 1,000 บาท
99. คุณทรงสิทธิ์ สัตพงศ์พันธุ์ และครอบครัว 500 บาท
100. พ.ต.ท.กิตติภพ - ธนวัน ธวัชชัยวิสุทธิ์ , สนั่น พะสะภาค 1,000 บาท
101. อาจารย์สมพงศ์ วงษ์มา และครอบครัว 1,000 บาท
102. คุณรัชนีกร แสงทองสุขโข 1,000 บาท
103. คุณธเนษฐ ปวรภูบดินทร์ 200 บาท
104. คุณจินตนา บัวคำ 500 บาท
105. คุณธนัย เทียนใส 100 บาท
106. คุณณัฐกิจ บุญมี 100 บาท
107. คุณรุ่งทิพย์ 500 บาท
108. คุณปฐมพงษ์ พรหมคช 140 บาท
109. คุณเกรียงศักดิ์ ภูติวรนาถ 99 บาท
110. คุณสมถวิล ครุฑสูตร 500 บาท
111. คุณกัณฐ์นิธร จงพัฒนพันธุ์ และ อภิชณัฏ พรประเสริฐ 500 บาท
112. คุณแม่สมใจ-มนัสนันท์-นิธิศ รัญตะเสวี 1,000 บาท
113. สาวผู้ไท มิหลายเจ๋อ 1,000 บาท
114. คุณเล็ก ไร่พิมาย 5,000 บาท
115. คุณ Jod Gy 100 บาท
116. ไม่ประสงค์ออกนาม 1,000 บาท
117. คุณศรุต ฉันทสกุลเดชา และครอบครัว 10,000 บาท
118. คุณศุภฤกษ์ โล่ห์ชืงชัยฤทธิ์ 1,000 บาท
119. คุณปัญจมา 500 บาท
120. ครูเก่ง-ครูตุ๊ก 500 บาท
121. นายเล่งจือ แซ่อึง และลูกๆ 2,000 บาท
122. นายณัฐคม- นางอัญวีณ์ - น.ส.พรอุมา - น.ส.นุชชดา ปรินายอนิชย์ 2,500 บาท
123. กองบุญผ่านคุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล และญาติธรรม 23,500 บาท
124. ถวายที่หลวงพ่อจำนวนหนึ่ง รวม 4,750 บาท
125. ปาลีรัฐ พงศ์หล่อพิศิษฏ์ และครอบครัว 1,000 บาท
126. คุณมงคล ซึ่งเจริญยิ่ง 500 บาท
127. คุณอ้อมนันท์นลิน 300 บาท
128. นพ.ประวิทย์ 33 บาท
129. คุณสมภพ ตั้งจิตต์วัฒนา 400 บาท
130. คุณวรวรรณ ชินวัฒนกิจ 1,500 บาท
131. กฤตานนท์ วนเมธิน และครอบครัว 1,000 บาท
132. คุณน้ำผึ้ง 300 บาท
133. คุณสุวกันต์ ศรีทองลัทธิกุล 1,000 บาท
134. คุณเกตน์สิรี 999.99 บาท
135. ครอบครัวป้าทุเรียนจากอำนาจเจริญ 2,000 บาท
136. คุณออม 100 บาท
137. คุณนพพล ธนสงค์ประเสริฐ 1,000 บาท
138. คุณธนานนท์ แพงวิเศษ 100 บาท
139. น.ส.คณิศร ดนตรี 100 บาท
140. คุณหนูเทียน โสภิพันธ์ 300 บาท
141. คุณนิศาชล จันทร์แปลก 500 บาท
142. นายธีร์วริศ หินนก 100 บาท
143. คุณสำรวย หมิวกระโทก และครอบครัว 4,540 บาท
144. คุณญี้และครอบครัว 14,000 บาท
145. คุณ Paphawarin Kaewkamolthong 200 บาท
146. คุณสากล ลำปาง 500 บาท
147. คุณสกล 500 บาท
148. น.ส.อรอนงค์ บานสันเทียะ และครอบครัว 100 บาท
149. ไม่ประสงค์ออกนาม 300 บาท
150. นายกฤษณะ มัฆวาลย์ 500 บาท
151. คุณชณิตพิณณ์ แพสุวรรฐ์ และครอบครัว 500 บาท
152. คุณแม่แต๋ว -คุณวรรณภา จากร้อยเอ็ด,แม่ตั๊ก -น้องออมสิน 350 บาท
153. คุณสมเกียรติ นาคผดุงสุข - ดลฤทัย สีบุญเรือง และครอบครัว 1,000 บาท
154. คุณทัศนันท์ 200 บาท
155. อาจารย์วาสนา ม.แม่โจ้ 500 บาท
156. คุณเล็ก ร้านเอสพีคอมพิวเตอร์ 500 บาท
157. คุณรสมันต์ จงเจริญ 2,000 บาท
158. น.ส.ปุณรภา สร้างไชยสิน 300 บาท
159. นายศุภชัย นางอุบล กลั่นประชา และครอบครัว 1,000 บาท
160. คุณกมลทิพย์ กลั่นประชา 100 บาท
161. คุณชัญญาภัค ตั้งรัตนไพบูลย์ 300 บาท
162. นางภคมน สมประเสริฐ 300 บาท
163. พ่อกวง ปิงหมื่น พร้อมครอบครัว 200 บาท
164. แม่คำ วงศ์จักร์แก้ว(แม่ตุ๊ปี) 200 บาท
165. คุณดวงจิต แก้วมาตย์ 200 บาท
166. คุณอุดม สมบูรณ์ 500 บาท
167. ครอบครัวแสงดาวและมานะ 3,400 บาท
168. ป้านกตลาดปากช่อง 100 บาท
169. ยายเป้าตลาดปากช่อง 100 บาท
170. คุณฉอ้อนเซฟวัน 500 บาท
171. นางเพียงใจ คำมุง 300 บาท
172. รองปลัดเพ็ชร 300 บาท
173. ออโต้ บ้านตะแกรง 200 บาท
174. น.ส อัญพัชญ์ ธีรพรจิรบูรณ์ 500 บาท
175. นส. วิรัลพัชร สิงห์มีศรี Nikki นส. กาญจนา สิงห์มีศรี Noon เจ้าโซเรียว.. 500 บาท
176. ครูสายหยุด 300 บาท
177. นายสมนึก เพ็ชรพล 500 บาท
178. ด.ญ.ธันย์นัตถ์ ฐาปนธรรมชัย และครอบครัว 150 บาท
179. ถวายผ่านหลวงพ่อ รวม 17,320 บาท (🔸แม่ครูกล้วย วรรณทะมาศ 10,000 บาท🔸)
180. อาจารย์วาสนา ม.แม่โจ้ 500 บาท
181. คุณทองเพชร พุทธศิลป์ 200 บาท
182. คุณภานุวัฒน์ งิ้วสุภา พร้อมครอบครัว 500 บาท
183. ไม่ออกนาม 700 บาท
184. ไม่ออกนาม 600 บาท
185. นางสาววันดี เอี่ยมจำรัส พร้อมด้วยพ่อแม่ สามีนายชัยวัฒน์ อินทร์สวน และบุตร ด.ช.ญาณวุฒิ เอี่ยมจำรัส 300 บาท
186. ป้านาง 500 บาท
187. น้องกอบัว 200 บาท
188. คุณธวัชชัย นิรมิตศรีชัย และครอบครัว 1,000.01 บาท
189. ครอบครับสมัปปิโต และครอบครัวสร้อยจุฑา 300 บาท
190. นพ.ธรรณวัฐ และชมรมโพธิธรรม 5,999 บาท
191. น.ส.ณัฏฐิกร นาคชู 500 บาท
192. คุณพเยาว์ ทรงทับทิม 500 บาท
193. ครูสุรสิทธิ์ ดอนสว่าง และครอบครัว 1,000 บาท
194. ป้าน้อย ไร่พิมาย 1,000 บาท
195. โอเบอรอน ไร่พิมาย 100 บาท
196. กวิสรา ไร่พิมาย 100 บาท
197. ดวงกมล ดอนสว่าง 100 บาท
198. อริสา เฉียงเมือง 100 บาท
199. นันธนัฐ 1,000 บาท
200. คุณธนวัฒน์- นางกาญจนา วิทยาพิทักษ์วงศ์ 500 บาท
201. คุณบี กนกวรรณ 500 บาท
202. ป้าแป้ว 5,000 บาท
203. คุณวิมล 1,000 บาท
204. คุณชธร พันธุวร 500 บาท
205. นางอรุณี ดีพิมาย นางน้ำอ้อย พระพายครบุรี 200 บาท
206. คุณ Ple Mamabook 99 บาท
207. นายสมชาย แก้วแก่นตา น.ส.รุ้งนภา ดีมา และครอบครัว 5,000 บาท
208. คุณอภิเสฐ บุญพวง และครอบครัว 1,000 บาท
209. คุณเกศินีย์ ไร่พิมาย และครอบครัว 400 บาท
210. ไม่ออกนาม 1,000 บาท
211. คุณเพ็ญพร ก้อนกงไกว 500 บาท
212. คุณ Sanguan Kunatinun 300 บาท
213. คุณดวงพร เตชะธนะวัฒน์ และครอบครัว, คุณซก ตวงแซ่เซียว และครอบครัว, คุณดลฤทัย สีบุญเรือง คุณดวงเดือน สีบุญเรือง และครอบครัว คุณดุจดาว สุวรรณฤทธิ์และครอบครัว คุณสมเกียรตินาคผดุงสุข 10,000 บาท
214. ญาติธรรมถวายที่หลวงพ่อ 1,600 บาท
215. แม่และพี่สาวดาบก้าน 1,000 บาท
216. ถวายที่วัดกระดึงทอง 3,074 บาท
🔸รวม 377,750 บาท🔸
🔸 หมายเหตุ 🔸 ผู้ถวายหลวงพ่อที่วัด หรือถวายรวมใส่ในขันถวายที่วัด จะนำมาลงรายการว่า "ถวายที่หลวงพ่อ" เพราะไม่ทราบรายชื่อทั้งหมด แต่จะมีอานิสงส์เท่ากันกับการประกาศรายชื่อทุกประการ จึงขออภัย และแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

(426) ธรรมปฏิบัติสัญจรเชียงใหม่และลำปาง 2560 กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร



ธรรมพิสดาร 1
ธรรมปฏิบัติสัญจรเมืองออน
กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร 🔹

ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จำนวนราว 70 คน ได้รับนิมนต์ให้ไปปฏิบัติธรรมสัญจร และเจริญเมตตา ณ สิปปะฮอทสปริง ต.บ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ อีกคำรบหนึ่ง เมื่อวันที่ 21-22 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

วิบากกรรมข้ามภพข้ามชาติ
ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อได้เล่าเรื่องราววิบากกรรมของแม่ย่าและลูกสะใภ้ แห่งแม่ออนคู่หนึ่ง พอสรุปได้ว่า ในอดีตชาติที่ผ่านมา โยมแม่และลูกสะใภ้ในภพนี้ เคยเกิดเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน และเคยผูกพันกันมาหลายภพหลายชาติ โดยในชาติก่อนโน้น โยมแม่เป็นพี่สาว โยมสะใภ้เป็นน้องสาว ตอนแรกก็รักกันดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดีมาก ประหนึ่งว่าจะตายแทนกันได้ แต่ต่อมา เมื่อพี่สาวมีครอบครัว ผู้เป็นพี่สาว กลับมีความโลภในสมบัติที่มีมาก จึงได้คดโกงยึดเอาทรัพย์มรดกของผู้เป็นน้องสาวจนหมดสิ้น แค่นั้นยังไม่พอ ยังได้กลั่นแกล้งว่ากล่าวทุบตีสารพัน พร้อมทั้งได้ขับไล่น้องสาว ให้ออกจากบ้านไปด้วยความทุกข์ทรมานเป็นที่สุด พอมาชาตินี้ วิบากกรรมทำให้มาพานพบกันอีก ผู้เป็นพี่สาวในอดีตชาติ ได้กลายมาเป็นแม่สามี ผู้เป็นน้องสาวได้กลายมาเป็นลูกสะใภ้
🔹ส่วนโยมแม่ผู้หนึ่งได้เล่าให้หลวงพ่อฟัง พอสรุปได้ว่า... ตอนแรก แม่ย่ามีความรักต่อลูกสะใภ้ผู้นี้มาก มีอะไรก็หาให้ ประหนึ่งว่า มอบความรักให้แบบไร้เหตุผล มากกว่าลูกในใส้ของตนเองเสียอีก ต่อมา แม่ย่าได้มอบฉันทะเรื่องมรดกที่ดินจำนวนมากแก่ลูกสะใภ้ ด้วยความรักความไว้ใจที่สุด แต่ลูกสะใภ้กลับนำเอาที่ดินเหล่านั้น ไปจำหน่ายเป็นทรัพย์ส่วนตนแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งได้แยกทางกับสามีผู้เป็นบุตรชายของโยมแม่ไป ความทุกข์ร้อนใจจึงเกิดขึ้นกับแม่ย่าอย่างที่สุด ใจหนึ่งยังรักหวังดี แต่ใจหนึ่งก็เกลียดชิงชังผู้เป็นสะใภ้ที่สุด แม้จะฟ้องคดีความกัน ก็ฟ้องไปด้วยความรักความชัง รักก็ทุกข์ เกลียดก็ทุกข์ เป็นไฟสุมอยู่ในใจมาจนกระทั่งบัดนี้
🔸หลวงพ่อจึงเอ่ยกับโยมแม่ พอสรุปได้ว่า "ยังดี ที่โยมแม่เป็นผู้สั่งสมบุญมาดี มาชาตินี้ก็ยังเป็นผู้สั่งสมบุญอีก อีกทั้งบุญของโยมพ่อผู้เป็นสามีก็มีมาก จึงค้ำเอาไว้ ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จึงยังคงอยู่"
หลวงพ่อเอ่ยต่อว่า 🔸 "นี่ ยังดีนะ ที่เขาไม่เอาคืนทั้งต้นทั้งดอก นี่ ต้นเขาก็ยังไม่ได้เอาคืนทั้งหมด ส่วนดอกเขาก็ยังไม่ได้เอาคืนเลย หากเขาจะเอาคืนทั้งหมด โยมแม่คงตายและหมดตัวแน่ๆ ... ดีแล้ว ขอให้โยมแม่สร้างบุญกุศล สร้างคุณงามความดีสะสมไป ขอให้อภัยและภาวนาเจริญเมตตา แผ่บุญกุศลไปเรื่อยๆ วิบากกรรมจะสิ้นสุดลงได้ ไม่ต้องผูกพันอาฆาตพยาบาทกันต่อไปอีก"🔸





ภูมิดี ภาวนาดี
ขณะเดียวกัน คณะศิษย์ผู้ติดตามหลวงพ่อทั้งหมด ต่างก็ได้รับการต้อนรับและอำนวยความสะดวกสบาย จากเจ้าภาพเป็นอย่างดี พวกเราจึงขอตอบแทนความดีของเจ้าภาพ ด้วยการภาวนาและแผ่เมตตากันตลอดเกือบทั้งคืน หลายท่านเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้มีความเป็นธรรมชาติสวยงามและรื่นรมย์ ภูมิที่นี่ก็ดี การภาวนาก็ดี จึงสงบสว่างไสวได้เร็ว เทวดาและวิญญาณก็ต้อนรับดี พวกเขาต่างมีความปีติยินดี เพราะได้รับความเมตตาทั้งจากหลวงพ่อและชาวคณะเป็นที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลายท่านยังได้ระลึกย้อนอดีตของตนว่า เคยมีความผูกพันกัน เพราะเคยสร้างสมบารมีอยู่ในถิ่นแถบนี้มาก่อน มาชาตินี้ จึงได้ย้อนกลับมายังสถานที่นี้อีก บางท่านก็สามารถสัมผัสกับเรื่องราวเป็นปัตจัตตัง ต่างมีความปีติยินดี จึงขออนุโมทนากับคณะเจ้าภาพเป็นที่สุด
อนึ่ง ในตอนเช้า คณะเจ้าภาพได้ถวายภัตตาหาร และเลี้ยงอาหารแก่คณะ อีกทั้งได้ขอโอกาสสรงน้ำหลวงพ่อและพระผู้ติดตาม และก่อนกลับ หลวงพ่อได้อวยพรแก่เจ้าภาพว่า ต่อไป "สิปปะฮอทสปริง" สถานที่แห่งนี้ จะมีผู้นิยมเข้ามามาก เพราะเจ้าของเป็นผู้ใจดี สถานที่ก็ดี เพราะมีบ่อน้ำแร่ ธรรมชาติก็ร่มรื่นดี อากาศก็ดี ขอให้มีความสุขความเจริญทุกๆคน








ธรรมพิสดาร 2
ธรรมปฏิบัติสัญจร แม่ทะ ลำปาง
🔶
กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร

ท่านทั้งหลาย หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จำนวนราว 70 คน ได้รับนิมนต์จากหนานเหลิม ให้ไปปฏิบัติธรรมสัญจร และเจริญเมตตา ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่กอง ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา

ที่มาของห้วยแม่กอง
ท่านทั้งหลาย ก่อนที่ชาวคณะจะมายังอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองแห่งนี้ บุรุษผู้หนึ่งนิมิตเห็นสถานที่แห่งนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งก็ตรงกับภาพในนิมิตทุกประการ เมื่อไปถึงแล้ว หลังออกจากสมาธิในตอนเช้า หลวงพ่อได้เล่านิทานให้ทุกคนฟังว่า ณ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เมื่อสามพันปีเคยมีบ้านเมืองตั้งอยู่บริเวณนี้ และปัจจุบันนี้ก็มีภพภูมิของชาวบังบดซ้อนอยู่ ชาวบังบดได้พากันเข้ามากราบนมัสการ พร้อมทั้งแสดงการละเล่น ด้วยการตีกลองสบัดชัยให้ดู ซึ่งชาวบ้านก็เล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงกลองดังขึ้นมาเป็นประจำ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ห้วยแม่กอง"

🔶


วิญญาณผูกคอตาย
ต่อมา หลวงพ่อเล่าให้ฟัง พอสรุปได้ว่า มีวิญญาณเป็นเด็กวัยรุ่นดวงหนึ่ง ซึ่งพึ่งผูกคอตายอยู่ในป่าข้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เข้ามากราบฟังธรรม วิญญาณเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า เหตุที่เขามาผูกคอตาย ก็เพราะน้อยใจที่พ่อแม่ไม่ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ หลวงพ่อจึงเทศนาว่า "การฆ่าตัวตาย เป็นกรรมอย่างหนัก ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ผู้ฆ่าตัวตาย จะต้องมาเกิดแล้วต้องฆ่าตัวตายอยู่ 500 ชาติ จึงจะพ้นจากวิบากกรรมนี้ไปได้" เมื่อวิญญาณได้รับฟัง ถึงกับร้องไห้คร่ำครวญในวิบากกรรมของตน พร้อมกับเอ่ยสารภาพว่า "เพราะผู้ข้าไม่รู้ จึงได้กระทำบาปแก่ตนเองลงไป ขอให้พระคุณเจ้าได้โปรดเมตตาด้วยเทอญ"
หลวงพ่อจึงเทศน์อบรมต่อไปว่า "เมื่อเราสร้างกรรมแล้ว ก็จงรับกรรมไป ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือได้ ก็ขอให้ตั้งใจรักษาศีล รักษาใจ รักษาคุณความดีไว้ จะได้มีบุญติดภพชาติไป เมื่อพ้นวิบากกรรมแล้ว จึงจะได้สร้างบารมีต่อไป" ดวงวิญญาณน้อมรับกระแสธรรมด้วยใจ น้ำตาก็หลั่งไหลออกมา พร้อมกับกล่าวอนุโมทนาและกล่าววาจาว่า "ผู้ข้าจะปฏิบัติตามคำแนะนำของพระคุณเจ้า และขอให้ข้าพเจ้ามีกระแสพระนิพพาน ในกาลข้างหน้าด้วยเทอญ"



ภูตพรายน้ำ
ก่อนที่คณะจะมายังอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองแห่งนี้ บุรุษผู้หนึ่งนิมิตเห็นสตรีนางหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ พร้อมกับกลายร่างเป็นภูตพรายน้ำ ที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาด ดูอัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด เมื่อชาวคณะมาถึงอ่างเก็บน้ำแล้ว ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่นาน มีคนมาจมน้ำตายในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ลูกศิษย์จึงถามหลวงพ่อว่า ที่นี่มีภูตพรายน้ำหรือไม่ หลวงพ่อจึงตอบว่า... "ภูตพรายน้ำ มีอยู่แทบทุกแห่งที่มีแหล่งน้ำ วิญญาณเหล่านี้เป็นอสูรกาย ชอบทำร้ายผู้คนที่เข้ามายังแหล่งที่อยู่ของตน บางทีก็หวังจะเอาไปเป็นพวก แต่คนที่ตายเพราะภูตพรายน้ำ ส่วนใหญ่จะหมดอายุขัย ภูตพรายน้ำจึงทำร้ายได้ และผู้ที่จมน้ำตายที่นี่ ก็ได้หมดอายุขัยแล้ว"



หลงรูป หลงกาย หลงกาม 
ท่านทั้งหลาย ขณะที่หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ได้พักภาวนาและแผ่เมตตา ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่กอง อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน 2560 มีลูกศิษย์ได้ถามหลวงพ่อว่า "ทำไมจึงละกามราคะได้ยาก" หลวงพ่อจึงได้ยกข้อธรรมมาแสดง พอสรุปใจความสำคัญได้ว่า...
🔸 เรื่องกามราคะนั้น มันละยาก ก็เพราะใจมันหลงในร่างกายกัน จะกี่ภพกี่ชาติ มันก็หลงกันอยู่อย่างนั้น "ร่างกาย" นั้น มันไม่รู้เรื่องหรอก แต่เมื่อ "ใจ" มันต้องการและปรารถนากัน ใจก็พาร่างกายไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงสัมผัสสัมพันธ์กัน ก็เพราะใจไปหลงรูปหลงกายว่า ร่างกายมันหล่อมันสวยมันงาม เมื่อพอใจและเกิดต้องการปรารถนา จึงพาร่างกายไปเสพกามกัน ผู้ที่จะละกามราคะได้นั้น มันยากแสนยาก ในโลกนี้จะมีสักกี่คน ผู้ที่จะละได้ต้องสร้างสมบารมีมามาก และผู้ที่จะละกามได้ จะต้องเป็นพระอนาคามีขึ้นไปเท่านั้น



สุเมธดาบสฤาษี🔶
🔹 จะว่าไปแล้ว หญิงชายเป็นของคู่กัน (ผู้เขียน : เป็นคู่กาม คู่บุญ คู่บารมีกัน) ดูอย่างพระพุทธเจ้าของพวกเรา เมื่อครั้งที่เสวยพระชาติเป็นฤาษีนามว่า สุเมธดาบส ชาตินั้น พระองค์ได้ช่วยชาวเมืองอมรวดีนครสร้างถนน เพื่อให้พระทีปังกรพุทธเจ้าและเหล่าสาวกอรหันต์เดินข้าม แต่เมื่อถึงเวลาที่พระพุทธองค์จะเสด็จดำเนิน ถนนยังไม่แล้วเสร็จ พระสุเมธดาบส จึงทอดกายนอนราบกับพื้นดิน เพื่อให้พระทีปังกรพุทธเจ้าและเหล่าสาวกอรหันต์เดินข้าม พร้อมกับปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า และได้รับพยากรณ์จากพระทีปังกรพุทธเจ้าว่า จะได้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า "โคตมะ" หรือพระสมณโคดมพุทธเจ้า ในอีก 4 อสงไขยข้างหน้า
🔹 ขณะเดียวกันในครั้งกระนั้น มีสาวรุ่นนางหนึ่งนามว่า สุมิตตาพราหมณี อยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย นางได้ตั้งความปรารถนาจะขอร่วมสร้างบารมีกับสุเมธดาบสด้วย แต่สุเมธดาบสได้ห้ามไว้ เพราะด้วยวิสัยตนเองเป็นฤาษี เป็นผู้เว้นจากกาม เป็นผู้ปรารถนาจะละขาดจากกาม และหนทางในการสร้างบารมียังอีกยาวไกล แต่สุดท้าย พระทีปังกรพุทธเจ้า ได้ตรัสพยากรณ์ว่า สุมิตตาพราหมณี จะได้เป็นคู่บารมีของพระสุเมธดาบส ไปจนกว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือ พระนางพิมพานั่นเอง

บุรุษผู้ปรารถนาเว้นจากกาม🔶
🔸 นี่ (หลวงพ่อชี้ไปยังบุรุษผู้เป็นศิษย์) คนนี้ ก็เคยปรารถนาจะละขาดจากกาม เว้นจากกาม จึงอธิษฐานเป็นฤาษี เป็นพระ เป็นนักบวช มาหลายภพหลายชาติ เพราะไม่อยากมีเมียมีคู่ครอง มาชาตินี้ กามราคะจึงเบาบาง จะว่าไปแล้ว ชาตินี้ เขาก็เป็นผู้มีรูปร่างหน้าตาดี เพราะสร้างสมบุญมาดี ดูตอนนี้ยังหล่อขนาดนี้ แล้วตอนเป็นหนุ่มจะขนาดไหน ตอนอยู่มหาลัยเขาเรียกว่า "หล่อเลือกได้" ไม่ธรรมดานะ แต่ดีที่เขาเป็นคนไม่มักมากในกาม เพราะกามมันเบาบางแล้ว และเมื่อบุญเต็มแล้ว จะได้ออกบวชในที่สุด ซึ่งผู้ที่จะสละตนออกบวชเพื่อหาทางพ้นทุกข์นั้น นับว่าหายากยิ่ง
🔸 หมายเหตุ.. ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ ด้วยความจำไม่เที่ยง จึงมีการตกแต่งและเสริมคำบ้าง แต่ข้อความสำคัญหลักยังมีอยู่มากที่สุด จึงขอขมากรรมต่อหลวงพ่อด้วยเกล้า



โปรดบ้านหนานเหลิม🔶
หลังจากชาวคณะ ได้ภาวนามาเกือบตลอดทั้งคืน พอตอนเช้า หนานเหลิม ได้นิมนต์หลวงพ่อ พระ และญาติธรรมผู้ติดตาม ไปฉันเช้าและรับประทานอาหารที่บ้านของเขา ณ บ้านนาคด ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บิดามารดาและบรรพชน ก่อนที่หนานเหลิมจะไปบรรพชา และอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อ จึงขออนุโมทนากับเจ้าภาพด้วยทุกประการ




เยี่ยมสำนักสงฆ์ป่าเจริญธรรมพูนทรัพย์🔶
หลังจากฉันเช้าที่บ้านหนานเหลิมแล้ว หลวงพ่อและชาวคณะได้เดินทางไปยังสำนักสงฆ์ป่าเจริญธรรมพูนทรัพย์ บ้านนาคด ที่อยู่ไม่ไกลนัก สำนักสงฆ์แห่งนี้ หลวงพ่อและชาววัดโคกปราสาท เคยไปเยี่ยมมาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ ไปเยี่ยมให้กำลังใจตุ๊หลวงเอ็มอีกครั้ง และได้แสดงธรรมแก่ญาติธรรม เป็นเวลาสมควรแล้ว จึงเดินทางมุ่งสู่จังหวัดเลยต่อทันที



เตาหลอมพระ
อนึ่ง เนื่องจากสำนักสงฆ์ป่าเจริญธรรมพูนทรัพย์ กำลังมีการหล่อพระพุทธรูปอยู่พอดี หลวงพ่อจึงยกเอาข้อธรรมเรื่อง "เตาหลอมพระ" มาแสดงอีกครั้ง ธรรมที่แสดงออกไปนั้น สรุปใจความได้ว่า พระพุทธเจ้ามิเคยพาสร้างพระพุทธรูปด้วยอิฐด้วยปูน แต่พระพุทธองค์ทรงสร้างพระองค์ให้เป็นพระพุทธรูปเสียเอง ด้วยการนั่งภาวนาสู้กับกิเลส จึงสามารถตรัสรู้ได้ เหล่าสาวกอรหันต์ก็เช่นกัน
ส่วนหลวงพ่อก็กำลังหลอมตัวเองอยู่ หลอมตัวเองให้เป็นพระพุทธรูป ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่ แต่ทุกวันนี้ พากันนิยมหล่อพระพุทธรูปกันไปทั้งประเทศ บางแห่งก็สร้างพระพุทธรูปตั้งรอบเป็นรั้วกำแพงวัดก็มี ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ หากอยากจะสร้างบารมีจริงๆละก็ ให้ดูตัวอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเห็นไหม? เคยเห็นในหลวงพาสร้างพระพุทธรูป สร้างวัดสร้างวาหรือไม่ เห็นแต่ในหลวงพาสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างถนน สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล สร้างอาชีพการงานให้กับประชาชนมิใช่หรือ เมื่อมีน้ำ มีอาหาร มีอาชีพ และสุขภาพที่ดีแล้ว ประชาชนก็จะอยู่ดีกินดี ทำไมจึงไม่เอาอย่างในหลวง ปากก็ว่า รักในหลวง แต่ก็ไม่พากันทำตามในหลวง
อันนี้ก็ไม่ว่ากัน หากจะสร้างพระ องค์เดียวก็น่าจะพอแล้ว ดีนะที่ตุ๊หลวงเอ็มไม่ได้เรี่ยไรเงินชาวบ้าน เห็นว่าญาติธรรมเป็นผู้ตั้งใจช่วยกันสร้างทำเอง ดีแล้ว หากพระเรี่ยไรเงินเองมันจะเป็นบาป เมื่อเราบวชมาแล้ว ก็ควรตั้งใจปฏิบัติธรรมเพียรสู้กับกิเลส เมื่อมีธรรมแล้ว จะมีผู้มาช่วยสร้างเอง อันนี้ หลวงพ่อก็มาให้กำลังใจกัน หากมีโอกาสจะมาเยี่ยมอีก



ธรรมพิสดาร 3
ธรรมปฏิบัติสัญจร อ.ท่าลี่ จ.เลย
🔶
กับหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร

🔹ท่านทั้งหลาย ช่วงสายวันที่ 23 เมษายน 2560 หลังจากหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และคณะศิษย์วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จำนวนราว 70 คน ได้ไปเยี่ยมสำนักสงฆ์ป่าเจริญธรรมพูนทรัพย์ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง แล้ว หลวงพ่อและคณะลูกศิษย์ได้มุ่งหน้าเดินทางสู่จังหวัดเลย โดยไม่มีกำหนดตำแหน่งแห่งที่ที่จะพักภาวนา หากมืดที่ไหนจะพักภาวนาที่นั่น และระหว่างทางก่อนเข้าเขต อ.นาแห้ว จ.เลย ชาวคณะได้แวะอาบน้ำในลำธาร เพราะหลวงพ่อทราบแล้วว่า เมื่อไปถึงที่พักแล้ว จะไม่มีที่ให้อาบน้ำ



เข้าป่าเข้าพง วัดใจนักรบธรรม
เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายในลำธารระหว่างทางแล้ว ชาวคณะมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลย รถวิ่งเลาะตะเข็บชายแดนไทยลาว วิ่งตามกันเป็นทิวแถว ท่ามกลางดวงอาทิตย์ที่กำลังมืดลง แต่ระยะทางข้างหน้ายังไม่มีกำหนดว่าจะได้ที่หยุดพัก เพราะข้างทางเต็มไปด้วยหุบเขาและดงป่า จะหาที่จอดรถทั้ง 11 คันก็ลำบาก จึงต้องวิ่งไปเรื่อย พอเข้าใกล้เขตอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เวลาก็ล่วงเข้าไปเกือบสองทุ่ม บรรยากาศก็มืดสนิท หลวงพ่อปล่อยให้ผู้นำขบวน ได้ใช้ความพยายามสอดส่องมองหาสถานที่ พอเห็นทางดิน ผู้นำขบวนพาหมู่คณะเลี้ยวเข้าสู่เขตป่า ลัดเลาะคดเคี้ยวไปตามถนนดินฝุ่นฟุ้งกระจาย ไปจนถึงสุดทาง แต่สถานที่ไม่เหมาะที่จะพักภาวนา เพราะเป็นไร่เป็นป่าไม่มีที่จอดรถ จึงต้องถอยรถย้อนกลับเข้าสู่ถนนหลัก ด้วยความทุลักทุเล สุดท้าย เมื่อเห็นสมควรแล้ว หลวงพ่อจึงบอกให้เข้าไปพักภาวนาในตัวอำเภอท่าลี่ นี้จึงเป็นอุบาย เพื่อพิสูจน์จิตใจของนักภาวนาว่า ในสถานการณ์อันยากลำบากและสับสนนี้ นักภาวนาจะมีอารมณ์ที่หงุดหงิด ขี้บ่นรำพึงรำพันหรือไม่ จะมีความหวั่นไหวต่อความยากลำบากหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นยิ้มได้ แลนิ่งสงบดี เพราะหลายคนได้ผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วทั้งนั้น



หัวหน้าเทวดา ผู้เกรงกลัวต่อบาป🔶
เมื่อมาถึงตัวเมืองอำเภอท่าลี่ ชาวบ้านแนะนำให้ไปพักในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงพบว่า ตรงทางเข้ามีรูปปั้นพระพุทธรูปจำนวนมาก ตั้งเรียงแถวรายล้อมเป็นรั้วกำแพง ส่วนข้างในตรงกลาง มีรูปปั้นยืนขนาดสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง และตั้งอยู่สูงกว่าพระพุทธรูปทั้งหมด รูปปั้นยืนอันสูงใหญ่นี้ จะว่าเป็นพระพุทธรูปก็มิใช่ จะว่าเป็นเทวดา หรือพระเจ้าจักรพรรดิก็มิใช่ แต่ทำไมจึงปั้นให้อยู่สูงใหญ่กว่าพระพุทธรูปกันนะ หมู่คณะต่างพากันสงสัย จึงได้แต่สอบถามกันไปมาว่า นี้คือรูปปั้นอะไรกันแน่ หลวงพ่อพิจารณาแล้วจึงบอกว่า เป็นรูปปั้นเทวดา มิใช่พระพุทธรูป


ต่อมา ก่อนที่หลวงพ่อจะพาสวดมนต์ภาวนา อุบาสิกาป้าหวัง กราบขอโอกาสหลวงพ่อ ขออธิบายที่มาของรูปปั้น ตามที่เทวดาผู้เป็นใหญ่อยู่บนสวรรค์ชั้นที่หก ได้มาขอร้องให้อุบาสิกาช่วยอธิบายให้หมู่คณะฟัง และช่วยเป็นพยานหลายๆอย่างให้กับหลวงพ่อด้วย พอสรุปใจความได้ว่า ...
🔸 "ข้าพเจ้าผู้เป็นใหญ่อยู่บนสวรรค์ชั้นที่หก ลงมาเพราะเห็นพระคุณเจ้าและเหล่าผู้ปฏิบัติธรรม พากันมาพักยังสถานที่แห่งนี้ จึงมีความทุกข์ร้อนใจว่า จะเกิดบาปกรรมหนัก เพราะรูปปั้นนี้ แท้ที่จริงเป็นรูปปั้นเหมือนข้าพเจ้า หาใช่รูปปั้นของพระพุทธเจ้าไม่ แต่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง เพราะความหลงและเข้าใจผิด สร้างสมมุติกันขึ้นมาแล้ว ก็พากันมาบวงสรวง และกราบไหว้อ้อนวอนขอสารพัน แต่เมื่อมีพระอริยเจ้าผู้เป็นศิษย์พระตถาคต ผู้เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์และเมตตา ได้มาพักยังสถานที่แห่งนี้ ข้าพเจ้าจึงมีความเกรงกลัวต่อบาป เพราะรูปปั้นนี้อยู่สูงกว่าพระคุณเจ้า ข้าพเจ้ามิได้รับรู้ในการกระทำของผู้สร้าง มนุษย์สร้างกันขึ้นมาเพื่อกราบไหว้กันเอง แต่เมื่อพระคุณเจ้าได้มาพักยังสถานที่แห่งนี้ ข้าพเจ้าจึงลงมาขออภิวาทวันทา และขอขมากรรมต่อพระคุณเจ้า ขออย่าให้ข้าพเจ้าเกิดบาปกรรมอันใดเลย และขอให้อุบาสิกาช่วยเป็นพยาน และช่วยอธิบายทำความเข้าใจแก่มนุษย์ทั้งหลาย ให้เข้าใจด้วยว่า พวกเทวดาทั้งหลายมีความเกรงกลัวต่อบาป จึงไม่อาจที่จะล่วงเกินพระอริยเจ้าและเหล่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้ เพราะเทวดาเห็นโทษภัย แต่มนุษย์ทั้งหลายกลับมองไม่เห็น จึงได้พากันสร้างแต่เวรกรรมเพราะความหลงผิด"🔸
อุบาสิกาป้าหวัง กราบเรียนหลวงพ่อต่อไปว่า เทวดาทั้งหลาย พากันลงมาจำนวนมาก ทั้งลงมาอนุโมทนากับหมู่คณะ ทั้งมากราบฟังธรรม บ้างก็พากันลงมาต้อนรับ และปกปักรักษาตลอดเส้นทาง (หลายคนก็รับรู้เป็นพยาน) และสุดท้ายเทวดาได้ฝากคติเตือนใจบางคนว่า...
🔸 "อย่าได้พากันสงสัยในคุณธรรม และธรรมที่หลวงพ่อแสดง หรือกระทั่งคำพูดของหลวงพ่อ แม้เสมือนเป็นคำพูดเล่นๆ แต่นั้นคือความจริงทั้งหมด มนุษย์ไม่รู้ แต่เทวดารู้ จึงขออย่าได้พากันประมาท" 
🔸 เมื่ออุบาสิกากล่าวจบลง หลวงพ่อเมตตากล่าวรับรองว่า เป็นความจริง พร้อมกับกล่าวเป็นคติธรรม พอสรุปได้ว่า... "มนุษย์ไม่เห็นโทษภัยหรอก เพราะเขามองไม่เห็น แต่เทวดาเขาเห็นโทษภัยของบาป จึงไม่กล้าล่วงเกิน หรือมิกล้าแม้แต่ที่จะอยู่สูงกว่าพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่สำหรับพระผู้ประพฤติมิชอบ เป็นผู้ทุศีล เทวดาเขาไม่เกรงกลัวหรอก แต่สำหรับคฤหัสถ์ผู้ทรงศีลทรงธรรม เทวดาจะให้ความเคารพมาก และจะคอยติดตามปกปักรักษาเป็นอย่างดี คืนนี้ จึงขอให้ตั้งใจปฏิบัติเอา"
🔸 อนึ่ง การภาวนาในสถานที่แห่งนี้ แม้ทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลตลอดเวลาสามวัน และนอนน้อยก็ตาม แต่หลายท่านกลับภาวนาได้ดี จิตสงบ ว่าง สว่างไสว นั้นด้วยบารมีธรรมของหลวงพ่อ และบารมีธรรมร่วมกัน แสงสว่างไสวจึงบังเกิดขึ้น เป็นปัตจัตตัง ตามสมควรแห่งการปฏิบัติธรรมของแต่ละคน
🔸 พอเช้าตรู่วันที่ 24 เมษายน 2560 ชาวคณะรีบเก็บสัมภาระออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด และได้แวะพักทำอาหารถวายจังหัน ณ อ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่ง ก่อนเข้าเขตผานกเค้า หลังจากนั้น คณะได้เดินทางกลับวัดโคกปราสาททันที







🔹 ท้ายนี้ ผู้เขียนในนามตัวแทนวัดโคกปราสาท ขออนุโมทนากับคณะเจ้าภาพทุกแห่ง ผู้ติดตาม ผู้ถวายทาน และผู้ร่วมอนุโมทนา ทุกท่าน ทุกประการเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
17 พฤษภาคม 2560

🔸 หมายเหตุ... การเดินทางครั้งนี้มีค่าใช้จ่าย ค่าน้ำมันรถสิบกว่าคัน ไปกลับประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท รวมทั้งค่าอาหารเครื่องดื่มอีกจำนวนหนึ่ง จึงขออนุโมทนากับคณะเจ้าภาพ และผู้ร่วมบริจาคเงินสมทบ ดังนี้

อนุโมทนาผู้ร่วมบุญธรรมสัญจร🔶
เชียงใหม่-ลำปาง 🔷
21-24 เมษายน 2560
1. คุณชมพู่ (ธริศรา ปวรภูบดินทร์) ในนามเจ้าภาพสิปปะฮอทสปริง 20,000 บาท
2. น.ส.วันดี เอี่ยมจำรัส พร้อมพ่อแม่ สามี และลูก 500 บาท
3. ญาติธรรมชาวลำปลายมาศ 700 บาท
4. คุณจักรพรรดิ พรวิเศษศิริกุล 2,000 บาท
5. คุณอ้อมนันท์นลิน 300 บาท
6. คุณ Nin Ja 1,000 บาท
7. หนานพร 2,000 บาท
8. นายสิปปวิชญ์ ศรีสุทัศน์ นางสาวน้ำฝน สองศรี และครอบครัว 500 บาท
9. คุณนนทวัตฐ์ เรียวสกุลชาติ 500 บาท
🔸 รวม 27,500 บาท
10. ลูกศิษย์คณะผู้ติดตามหลวงพ่อ คณะเจ้าภาพและญาติธรรมในแต่ละแห่ง บริจาคสมทบตลอดการเดินทางอีก ราว 4 หมื่นบาท รวมทั้งหมด ราว 6 หมื่นกว่าบาท