ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรม ความมหัศจรรย์ และอจินไตย ในช่วงกึ่งกลางพระพุทธศาสนา dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

(164) ธุดงค์สัญจรกับหลวงพ่อพระอรหันต์ ณ ดินแดนภาคอีสาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล

 


หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้สิ้นกิเลสแล้ว


บุพบท
หลังจากผมและญาติธรรมได้บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างหนักตลอดช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ภายใต้การกำกับดูแลและสั่งสอนโดยหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้สิ้นกิเลสแล้ว ณ วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ซึ่งต่างคนต่างก็ได้รับและสัมผัสธรรมกันสูงขึ้น เป็นพระอริยเจ้าและอริยบุคคลตั้งแต่โสดาบันจนถึงอนาคามีกันก็หลายท่าน และกำลังไต่ระดับภูมิธรรมกันก็หลายคน และมิใช่แต่เพียงช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น หลวงพ่อท่านก็เมตตาสั่งสอนและพาลูกศิษย์ภาวนาและเดินจงกรมตลอดเวลามิเคยขาด



ผมเองและบรรดาลูกศิษย์คนอื่นๆ ได้เดินตามพระอริยเจ้าบิณฑบาตเป็นประจำ ทุกครั้งได้พิจารณาธาตุสี่ ขันธ์ห้า และสิ่งทั้งหลายที่เข้ามากระทบกับอายตนะ พร้อมสดับตรับฟังหลวงพ่อสอนธรรมตลอดเส้นทาง อีกทั้งได้อนุโมทนาบุญกับผู้ใส่บาตรทุกครั้งไป บุญกุศลบังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นเพราะเหตุเราก็เป็นศิษย์พระตถาคต จึงเห็นทางที่สุดแห่งธรรม







สภาพทางจงกรมเดินรอบศาลาและกู่ฤาษีวัดโคกปราสาท โดยมีกระท่อมหลังเล็กๆ เป็นที่พักชั่วคราวของพระและนักภาวนา สภาพโดยทั่วไปจึงมีความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย สงบร่มเย็น ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก จึงเหมาะกับผู้จะมาละกิเลสออกไปจากใจ หากผู้ใดปรารถนาความสะดวกสบาย คงต้องไปแสวงหาจากที่อื่น



แม้กระนั้นก็ตาม เมื่อมีโอกาสหลวงพ่อมักจะพาลูกศิษย์ออกไปธุดงค์แบบสัญจร เพื่อไปภาวนาและโปรดชาวโลกทิพย์ โลกวิญญาณ ตามคำนิมนต์ของเหล่าเทวดาทั้งหลาย หลวงพ่อบอกว่า ชาวโลกวิญญาณนั้นน่าสงสารมาก บางพวกบุญน้อยมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายวิญญาณออกไปจากแหล่งที่อยู่อาศัยได้ บางที่ก็เกิดดับอยู่ที่แห่งนั้นนับเวลาเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนปีก็มี บางแห่งวิญญาณเหล่านั้นก็จมปรักไม่สามารถไปเกิดในภพภูมิใหม่ได้ จนกว่าจะมีพระอรหันต์หรือผู้มีบุญบารมีมากล้นไปโปรดพวกเขา หลวงพ่อบอกว่า ผู้ที่ไปกับหลวงพ่อจะได้ผลานิสงส์อย่างมหาศาล เนื่องจากตัวเองได้บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างหนักแล้ว ยังได้แผ่บุญกุศลให้กับพวกเขา บางที่เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านดวงวิญญาณก็มี เมื่อเขาอนุโมทนากลับมาก็ได้รับบุญเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านบุญเช่นกัน น้อยคนนักจักได้มีโอกาสเช่นนี้ หลวงพ่อจึงบอกพวกเราเสมอว่า ท่านจะไม่พาลูกศิษย์สร้างวัด สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างเจดีย์ เพื่อพอกพูนกิเลส แต่ท่านจะสร้างทายาทธรรมผู้จะสืบทอดเนื้อนาบุญ และผู้ที่จะไต่ระดับภูมิธรรม ตามทางสายกลางของพระพุทธเจ้า ตามธรรมเนียมพระกัมมัฏฐาน ตามรอยบาทของพ่อแม่ครูอาจารย์ อย่างสมถะ เรียบง่าย แลสงบร่มเย็น ดังผมจะได้นำเสนอการธุดงค์สัญจรดังต่อไปนี้


ธุดงค์สัญจรวาระที่ 1
(30 พย.-2 ธค. 2555)

โปรดชาวโลกทิพย์ ณ ปราสาทเปลือยน้อย
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 พวกเรามีหลวงพ่อ หลวงพี่ ดร.นนต์ ป้าหวัง ดาบก้าน ครูกี๋ ดาบโก๋ ได้ออกเดินทางจากวัดโคกปราสาทราวห้าโมงเย็น ไปถึงปราสาทเปลือยน้อย อ.เปลือยน้อย จ.ขอนแก่นราวทุ่มกว่าๆ หลังจากได้สวดมนต์และนั่งภาวนาแล้ว พวกเราได้เดินจงกรมรอบปราสาทหิน สลับกับการนั่งภาวนาท่ามกลางอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งคืน ค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีชาวโลกทิพย์ และโลกวิญญาณพากันหลั่งไหลมากันจำนวนมากตลอดทั้งคืน จนหลวงพ่อแทบไม่ได้นอน พวกเราภาวนาไป ก็ได้ยินเสียงหมาหอน เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง เสียงกบเขียด จั๊กจั่นเรไร สารพัดเสียง ร้องระงมกันทั้งคืน หลวงพ่อบอกว่า พวกเราได้รับผลานิสงส์อย่างสุดประมาณ นั่นจึงเป็นคืนมหัศจรรย์อีกวาระหนึ่ง





 
เดินจงกรมรอบปราสาท



บรรยากาศยามรุ่งสาง 1 ธันวาคม 2555 ก็ยังปรากฏดวงจิตญาณอยู่จำนวนมาก
 


ป้าหวังอริยบุคคล กับครูกี๋ผู้กำลังไต่ระดับภูมิธรรม ท่ามกลางดวงจิตญาณยามใกล้รุ่ง ณ ปราสาทเปลือยน้อย อ.เปลือยน้อย จ.ขอนแก่น 1 ธันวาคม 2555







ดาบก้าน และดาบโก๋ ผู้กำลังไต่ระดับภูมิธรรม เวลาในยามเช้า ณ ปราสาทเปลือยน้อย อ.เปลือยน้อย จ.ขอนแก่น 1 ธันวาคม 2555


โปรดชาวโลกทิพย์ ณ โพนพิสัย หนองคาย

วันที่ 1 ธันวาคม 2555 พวกเราได้เดินทางออกจากปราสาทหินเปลือยน้อย มุ่งหน้าสู่โพนพิสัยดินแดนบั้งไฟพญานาค ตามคำเชิญของชาวโลกทิพย์ ที่จริงแล้ว หลวงพ่อเคยไปโปรดพวกเขามาแล้วถึงสามครั้ง พญานาคที่เหลือมาบอกหลวงพ่อที่วัดว่า ปีนี้เงียบเหงามากเพราะผู้เล่นบั้งไฟไปเกิดในภูมิใหม่แล้ว ฉะนั้น ค่ำคืนนี้ชาวโลกทิพย์จึงมากันน้อยกว่าทุกครั้ง แต่กระนั้น ในค่ำคืนนี้ก็ยังมีชาวโลกทิพย์จากคำชะโนดและจากแก่งหลี่ผีในประเทศลาว ได้มานิมนต์หลวงพ่อและพวกเราให้ไปโปรดพวกเขาด้วย นอกจากนั้น บรรดาลูกศิษย์ที่ไปด้วยนอกจากจะได้ภาวนาและแผ่เมตตาแล้ว ยังได้รับการแก้ไขข้อติดขัดในการภาวนาของแต่ละคนได้ ส่วนผมเองก็ได้รับการแก้ไขด้วยเช่นกัน และยังมีเรื่องอจินไตยเฉพาะบุคคลเกิดขึ้นหลายเรื่อง





คุณพรนั่งเครื่องบินด่วนมาสมทบทันเวลาพอดี   ณ เวลาย่ำค่ำ 1 ธันวาคม 2555 อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย




หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร และหลวงพี่สำรอง นิมิตสัมปันโน ผู้กำลังไต่ระดับภูมิธรรม ณ โพนพิสัย หนองคาย เวลาแดดร่มลมตก 1 ธันวาคม 2555






คุณรี่และครูเขียว ได้เดินทางมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืนที่ 1 ธันวาคม 2555 กองทัพธรรมก็ต้องเดินด้วยท้องเช่นเดียวกัน 
 
 
 
 
 
 
โปรดชาวโลกทิพย์ ณ คำชะโนด ดินแดนพญานาค
 
วันที่ 2 ธันวาคม 2555 สัญจรไปโปรดชาวโลกทิพย์ ณ คำชะโนดดินแดนพญานาคอันเลื่องชื่อ ตามคำนิมนต์ของพญานาคตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ที่โพนพิสัย คณะของพวกเราเข้าไปโปรดพวกเขานานราวเกือบชั่วโมง แล้วจึงเดินทางกลับ เป็นอันว่าจบภารกิจของการธุดงค์สัญจรในครั้งนี้

 
 












ธุดงค์สัญจรวาระที่ 2
7 - 10 ธันวาคม 2555

โปรดชาวโลกทิพย์ ณ อ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์ เขากระโดง บุรีรัมย์

หลังจากเสร็จสิ้นการธุดงค์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พอถึงสัปดาห์นี้มีบรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อมากันอย่างมากมาย มีขบวนรถยนต์ติดตามกันไปถึง 12 คัน ราว 60 คน และมีพระบวชใหม่ขอติดตามมาด้วยอีกสองรูป พวกเราออกเดินทางจากวัดโคกปราสาทเกือบหกโมงเย็น มุ่งไปพักค้างแรม ณ ริมอ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์ อยู่ใกล้ๆกับเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่แห่งนี้ ดาบโก๋ตำรวจประจำสถานีอำเภอปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นผู้นิมนต์หลวงพ่อ ด้วยเหตุแห่งพวกเขามาบอกในนิมิตของดาบโก๋ พวกเราเดินทางไปถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำราวทุ่มกว่าๆ จึงได้พากันปักกลด(เต้นท์) หลังจากนั้นจึงได้ทำวัตรเย็นและนั่งภาวนาท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ค่ำคืนนี้ ชาวโลกทิพย์และโลกวิญญาณมากันเป็นจำนวนมาก บ้างก็เป็นวิญญาณตายโหงที่อยู่บนถนนใกล้ๆ วิญญาณบางพวกก็แวะเข้ามาดูว่า พวกเราพากันมาทำอะไร เมื่อทราบเหตุแล้ว จึงได้ไปชักชวนกันมาเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อเคยบอกว่า พวกโลกวิญญาณบางพวกไม่ทราบมาก่อน แต่พวกเขาจะมองเห็นแสงสว่างไสว จึงได้พากันมาดูตามแสงสว่างนั้น

 
สามารถถ่ายภาพติดดวงจิตญาณของชาวโลกทิพย์ได้เป็นจำนวนมาก ดวงใหญ่สุดนั้นคือพญานาคผู้เป็นหัวหน้า



ณ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีพญานาคเป็นหัวหน้าใหญ่ พวกเขาได้มาปรากฏเป็นแสงสว่างผุดจากผิวน้ำลอยขึ้นมาหาหลวงพ่อ ราวๆเที่ยงคืน พ่อใหญ่บางขณะกำลังนั่งภาวนาก็มองเห็นด้วยตาเนื้อ ส่วนคุณน้ามิตรขณะนั่งภาวนาราวตีหนึ่งก็เห็นพญานาคลำตัวเท่าต้นตาลผุดจากผิวน้ำแล้วลอยเป็นแสงยาวเหมือนหลอดไฟนีออน เป็นเส้นโค้งหลากสีเหมือนกับสายรุ้ง พุ่งไปลงในบาตรของหลวงพ่อ บางคนออกไปเดินจงกรมห่างออกไปเล็กน้อยก็จะมองเห็นพวกวิญญาณ และอีกหลายๆคนก็เห็นด้วยญาณในเป็นปัจจัตตังเช่นกัน
 
 


เช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2555 หลังจากทำวัตรเช้าและนั่งภาวนาแล้ว พวกเราได้ถวายภัตตาหารเช้าแด่หลวงพ่อ ข้างหลังจะมองเห็นอ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์
 
 
 
โปรดชาวโลกทิพย์ ณ ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี

คณะของพวกเราออกเดินทางจากเขากระโดงราวเกือบสี่โมงเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม 2555 มุ่งหน้าสู่ผาแต้ม เพื่อไปปักกลดค้างคืนกันที่นั่น ก่อนถึงผาแต้มพวกเราได้ไปแวะอาบน้ำ ณ แก่งตะนะที่อยู่ใต้เขื่อนปากมูลเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงออกเดินทางไปถึงผาแต้มราวเกือบหกโมงเย็น แต่เนื่องด้วยบริเวณผาแต้มเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คณะของพวกเราจึงต้องย้อนกลับมาพักอีกบริเวณหนึ่งซึ่งอยู่ห่างราวเกือบสองกิโลเมตร






การมาปักกลดที่ผาแต้มนี้ แม้ชาวโลกทิพย์จะไม่มากันมากมายนัก เนื่องจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านได้มาโปรดพวกเขาจนไปเกิดในภพภูมิใหม่กันเกือบหมดแล้ว หลวงพ่อบอกพวกเราตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่า ถ่ายรูปก็ไม่ติดดวงจิตญาณหรอก แต่ท่านบอกคุณน้ามิตรเป็นนัยๆว่า จะมีแต่ตัวสูงๆท่วมต้นไม้ใหญ่นู้น
หลังจากพวกเราได้ปักกลดแล้วมานั่งฟังธรรมจากหลวงพ่อ ขณะเดียวกันชาวโลกทิพย์ก็มากันจำนวนหนึ่ง มีทั้งพรหม เทวดา พญานาค และดวงวิญญาณมานั่งฟังธรรมรวมอยู่ด้วย ขณะที่ธรรมกำลังเลื่อนไหล ก็ปรากฏมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานเดินมาพร้อมส่งเสียงดังเรียกเก็บเงินค่ากางเต้นท์ เป็นการขัดจังหวะธรรมโดยไม่รู้ตัว ผมต้องแก้สถานการณ์เพื่อไม่ให้เขาเกิดกรรมมากไปกว่านี้ มาทราบภายหลังว่า ท้าวมหาพรหมที่มีกายเหลืองอร่าม เกรงหลวงพ่อจะโกรธพวกเขาและหยุดแสดงธรรม ท่านจึงพยายามสื่อผ่านคุณเป๊กผู้มีญาณในคือมีตาทิพย์หูทิพย์ ให้รีบเข้าไปกราบนิมนต์หลวงพ่อให้แสดงธรรมต่อไป เพราะนานๆจะได้ฟังธรรมจากพระอรหันต์เจ้า หลวงพ่อบอกว่า หากพระอรหันต์รู้สึกตำหนิผู้ใดแล้วละก็ ผู้นั้นคงต้องตกนรกหมกไหม้เป็นแน่ ท่านจึงไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะพระอรหันต์ไม่มีความโกรธอยู่แล้ว
หลังจากทำวัตรเย็นและนั่งภาวนาแล้ว หลวงพ่อบอกพวกเราว่า หลวงปู่มั่นและลูกศิษย์คู่บารมีอีกสององค์ มาให้กำลังใจคณะของพวกเรา ท่านมาชื่นชมว่า ปฏิบัติดีแล้ว ถูกต้องแล้ว หลวงปู่มั่นท่านยังได้บอกอีกต่อไปว่า ณ บริเวณชะง่อนผาแต้มแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ท่านได้ตั้งสัจอธิษฐานขอบรรลุธรรมตั้งแต่เมื่อครั้งออกบำเพ็ญเพียรใหม่ๆ ท่านแวะมาภาวนาอยู่ที่นี่นานพอสมควร ส่วนลูกศิษย์ของท่านสององค์นั้น หลวงพ่อบอกว่าเป็นเณรคอยรับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่น และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วเช่นกัน แต่หลวงพ่อไม่ได้ถามนามของท่าน

 
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


หลังจากนั้น หลวงพ่อบอกให้ทุกคนภาวนาจนสว่าง อย่านอน เพราะผู้ใดสามารถทำได้จะได้ผลานิสงส์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นดินแดนของพระอริยเจ้า หลวงปู่มั่น และชาวโลกทิพย์ก็คอยอนุโมทนาอยู่ หลวงพ่อได้พาญาติธรรมบางส่วนออกไปเดินจงกรมไปตามถนนราดยางไปจนถึงบริเวณผาแต้มไปกลับหลายกิโล กลับมาถึงที่พักราวตีสองกว่า และท่านปล่อยให้พากันแยกย้ายไปภาวนาต่อ แล้วกลับมาทำวัตรเช้าเอาตอนตีสี่ และนั่งภาวนาต่อจนถึงรุ่งเช้า ส่วนผมเองนั้น ไม่ได้ออกไปเดินจงกรมกับหลวงพ่อ เนื่องจากเป็นโชเฟอร์ต้องขับรถยนต์ จึงจำเป็นต้องนอนพักเอาแรงด้วย จึงขอนั่งภาวนาอยู่ในเต้นท์ การภาวนาในค่ำคืนนี้ ชั่งเป็นคืนที่วิเศษ เพราะผมเกิดความปีติและสามารถนั่งภาวนาอย่างมีความสงบ มีกำลังซาบซ่านไปทั้งกายทั้งใจ อิ่มเอมอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อบอกว่า เพราะผมรู้ว่าหลวงปู่มั่นมาให้กำลังใจและมาอนุโมทนา จึงทำให้มีกำลังใจมากนั่นเอง บุญบารมีของหลวงปู่มั่นและหลวงพ่อ ชั่งมีผลานุภาพมากมายจนประมาณมิได้ เรื่องนี้จึงเกินจะอธิบายได้
ส่วนหลวงพี่ปลั๊ก ท่านได้แยกตัวออกไปภาวนาบนลานหินที่อยู่ใกล้ๆตลอดทั้งคืน พอตอนเช้าหลวงพี่บอกกับผมว่า เมื่อคืนมีอสูร(เปรต) ตัวสูงท่วมต้นไม้ใหญ่หลายตน เข้ามาขอส่วนบุญจากท่าน เวลาพวกเขามา มีเสียงครืนๆ ใบไม้กิ่งไม้ดังระรัว หลวงพี่บอกว่า เป็นเปรตรุ่นใหม่ คงเกิดหลังยุคของหลวงปู่มั่น เพราะในยุคนั้นหลวงปู่มั่นได้โปรดไปหมดแล้ว ก็เป็นจริงตามที่หลวงพ่อบอกไว้ทุกประการ


โปรดชาวโลกทิพย์ ณ ถ้ำเหวสินธุ์ชัย อ.โขงเจียม อุบลราชธานี

หลังจากออกจากผาแต้มแล้ว พวกเรามุ่งหน้าสู่ถ้ำเหวสินธุ์ชัย ตามที่ชาวโลกทิพย์ได้มานิมนต์หลวงพ่อไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ความจริงแล้ว ขณะที่พวกเราอาบน้ำอยู่ที่แก่งตะนะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำเหวสินธุ์ชัย เท่าใดนัก พวกชาวเทพเขาก็อยากให้หลวงพ่อและคณะมาพักค้างคืนทั้งที่แก่งตะนะและที่ถ้ำเหวสินธุ์ชัย แต่หลวงพ่อได้รับปากว่าจะไปพักที่ผาแต้มแล้ว จึงขอไปโปรดพวกเขาในช่วงกลางวันแทน คณะของพวกเราไปถึงถ้ำเหวสินธุ์ชัยก่อนเที่ยง ณ บริเวณด้านบนของถ้ำ มีผลานหินกว้างเหมาะกับการภาวนา ขณะที่พวกเรานั่งพักอยู่นั้น หลวงพ่อได้แสดงธรรมบางประการ ผมจึงรู้ทันทีว่า หลวงพ่อไม่ได้แสดงธรรมให้แค่ลูกศิษย์ฟังเท่านั้น คงมีฤาษีในโลกทิพย์มานั่งฟังกันอยู่หลายตนแน่ๆ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น หลวงพ่ออุปมาว่า ลานหินที่ไม่มีหญ้าหรือต้นไม้ใดสามารถเกิดขึ้นได้ ก็เปรียบเสมือนผู้ที่สิ้นกิเลสแล้วก็ไม่มีสิ่งใดๆมาเกาะกุมในจิตใจได้ ส่วนบริเวณใดที่มีดินปกคลุมอยู่หญ้าและต้นไม้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เกิดๆ ตายๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้น ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับผู้ที่ยังไม่สิ้นกิเลส จึงต้องเกิดมาพบกับการตายวนเวียนอยู่อย่างนั้น เป็นฤาษีก็เป็นฤาษีตาเปียกตาแฉะอยู่อย่างนั้น หลงฤทธิ์ หลงอวิชชาอยู่อย่างนั้น เมื่อไหร่จะหูตาสว่างเสียที แล้วท่านก็หันมามองที่ลูกศิษย์ ซึ่งต่างก็ล้วนเคยเป็นฤาษีตาแฉะมาด้วยกันทั้งนั้น

 







หลวงพ่อช่วยแก้ไขการภาวนาของ ดร.นนต์

ส่วนผมเองนั้น หลวงพ่อได้หยอดยาล้างตาขนานดีให้ผม หลังจากท่านได้เทศกัณฑ์ฤาษีตาแฉะแล้ว ท่านได้แก้วิถีการภาวนาของผม เพราะผมไปติดในการใช้ปัญญาในการพิจารณาธรรมมากเกินไป จนบางครั้งกลายเป็นวิปัสสนูก็มี ซึ่งหลวงพ่อก็เคยแก้วิปัสสนูให้ผมทันท่วงทีมาแล้ว การใช้ปัญญามากเกินไปก็ทำให้จิตไม่สงบ และไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ภูมิธรรมชั้นสูงได้ คราวนี้ท่านจ้องหน้าผม พร้อมกับเอ่ยว่า ให้ดับที่ความคิด ความคิดเป็นอวิชชา และเป็นสมุทัย ให้พิจารณาที่กายจุดใดจุดหนึ่ง ดังที่ผมเคยเน้นพิจารณาที่ดวงตา จนเคยเกิดภาพหน้าตัวเองเน่าเปลื่อยมาแล้ว และขอให้มีสติอย่าขาดสาย เดี๋ยวแสงสว่างจะเกิดขึ้นเอง เมื่อแสงสว่างเกิดขึ้น ปัญญาก็จะเกิดขึ้นเป็นอัตโนมัติ พร้อมกับญาณรู้แจ้งตามมา (เป็นธรรมขั้นสูง) ซึ่งจริตของผมเป็นมาแบบนี้ ท่านจึงช่วยแก้ด้วยวิธีแบบนี้ หลวงพ่อกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่เกินสามเดือนสามารถทำได้แน่ ทำเอาเด้อ...

ความจริงแล้ว หลวงพ่อก็เคยแนะวิธีให้ผมมาแล้วตั้งแต่อยู่ที่โพนพิสัย แต่คราวนี้ท่านได้เน้นเฉพาะตนจริงๆอีกครั้ง ผมจึงมีกำลังใจ เพราะคำกล่าวของพระอรหันต์ตรัสแล้วเป็นหนึ่งไม่เป็นสอง และเป็นจริงเสมอ ผมรู้สึกปีติจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว เพราะหลวงพ่อท่านเมตตา ท่านรู้วาระจิต ท่านรู้อดีตอนาคตของลูกศิษย์เสมอ แม้แต่คราวช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ท่านก็ได้บอกไว้ล่วงหน้าว่า จะเกิดภูมิธรรมขึ้นภายในช่วงเข้าพรรษา ให้เร่งเอาเด้อ ซึ่งก็สามารถทำได้ตามนั้นแล้ว

 









โปรดชาวโลกทิพย์ ณ ทุ่งนา ใกล้ตัวเมืองอำนาจเจริญ

หลังจากพวกเราออกจากถ้ำสินไชยแล้ว พวกเราได้มุ่งหน้าสู่ที่นาของอาจารย์วาสนา ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ไปถึงที่นั่นราวๆ เกือบทุ่มของวันที่ 9 ธันวาคม 2555 บริเวณที่นาแห่งนี้ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอำนาจเจริญเพียงแค่ 10 กิโลเมตร เมื่อคณะของพวกเราไปถึง ได้มีญาติโยมมารอกราบหลวงพ่อและรอฟังธรรมนับสิบคน ค่ำคืนนี้ ทุกคนต่างเหนื่อยล้าเพราะการเดินทางมาตลอดทั้งวันและไม่ได้หลับนอนมาหลายคืน จึงทำให้การภาวนาไม่ได้ตลอดทั้งคืน ผมเองหลับสนิทตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว ตื่นมาทำวัตรเช้าเอาตอนตีสามครึ่ง พร้อมกับภาวนาต่อจนถึงรุ่งสาง เช้านี้ก็ยังมีญาติพี่น้องของอาจารย์วาสนา นำอาหารมาถวายหลวงพ่อและคณะมากมาย ซึ่งจะเป็นบุญหนุนเนื่องให้มั่งมีศรีสุข มีกินมีใช้ไม่อดอยากในอนาคตชาติต่อไป ด้วยเหตุแห่งบุญที่ได้ทำทานกับพระอรหันต์เจ้า และเหล่าสานุศิษย์ระดับอริยบุคคล จึงขออนุโมทนาสาธุด้วยทุกประการครับ

หลังจากนั้น คณะพวกเราได้ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับวัดโคกปราสาท ถึงวัดราวบ่ายสามโมง ผมเองและลูกศิษย์บางคนยังไม่อยากกลับบ้าน จึงขออยู่ภาวนากับหลวงพ่อที่วัดต่ออีก 1 คืน จึงนับเป็นบุญวาสนาที่ผมและบรรดาลูกศิษย์อีกหลายๆคน ได้เคยบำเพ็ญเพียรมากับหลวงพ่อจนนับภพชาติไม่ได้ เมื่อหลวงพ่อท่านถึงที่สุดแห่งพระนิพพานแล้ว ท่านจึงได้อธิษฐานจิตด้วยความเมตตาของท่านว่า ขอให้บรรดาผู้ที่เคยร่วมบำเพ็ญมากับท่าน และมีบุญมากพอที่จะพ้นกิเลสได้ หรือมีบุญพอที่จะได้มาภาวนาเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ก็ขอให้ได้มาพบกัน หากไม่ใช่ก็ขอให้เขาหลีกไปก่อน ขอให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ปรารถนาความหลุดพ้นจริงๆ มิใช่พื้นที่สำหรับการอ้อนวอนขอลาภสักการะหรือวัตถุมงคลใดๆ ถ้าใครอยากได้ก็ให้ไปที่อื่น (ผมต่อเติม)

ท้ายสุดนี้ ผลานิสงส์ทั้งหลายที่ผมได้กระทำมาดีแล้ว ได้โปรดแผ่ไปถึงผู้เจริญในธรรมทุกท่าน ตลอดจนผู้เข้ามาอ่านเจอบทความนี้ทุกคน จงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
15 ธันวาคม 2555


3 ความคิดเห็น:

  1. เพิ่งมาอ่านเจอครับท่านดอกเตอร์..ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
    ..ศิษย์อุดร..

    ตอบนำออก
  2. สาธุ อนุโมธนาบุญ ..

    ตอบนำออก