ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรม วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

(164) ธรรมปฏิบัติสัญจรกับพระอริยเจ้า ณ ดินแดนภาคอีสาน ปลายปี 2555

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล





หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ



บุพบท

หลังจากบุรุษผู้หนึ่งและญาติธรรม ได้บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างหนักตลอดช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ภายใต้การกำกับดูแลและสั่งสอนโดยหลวงพ่อฉลวย อาภาธโร พระผู้พ้นแล้ว ณ วัดโคกปราสาท ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ซึ่งต่างก็ได้รับและสัมผัสธรรมกันสูงขึ้น เป็นอริยบุคคลตั้งแต่โสดาบันขึ้นไปก็หลายท่าน และกำลังไต่ระดับภูมิธรรมกันก็หลายคน และมิใช่แต่เพียงช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น หลวงพ่อท่านก็เมตตาสั่งสอน และพาลูกศิษย์ภาวนาตลอดเวลามิเคยขาด



บุรุษผู้หนึ่งและบรรดาลูกศิษย์ ได้เดินตามพระอริยเจ้าบิณฑบาตเป็นประจำ ทุกครั้งได้พิจารณาธาตุสี่ ขันธ์ห้า และสิ่งทั้งหลายที่เข้ามากระทบกับอายตนะ พร้อมสดับตรับฟังหลวงพ่อสอนธรรมตลอดเส้นทาง อีกทั้งได้อนุโมทนาบุญกับผู้ใส่บาตรทุกครั้ง บุญกุศลบังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นเพราะเหตุเราก็เป็นศิษย์พระตถาคต จึงเห็นทางที่จะทำให้พ้นทุกข์ได้






สภาพทางจงกรมเดินรอบศาลาและกู่ฤาษีวัดโคกปราสาท โดยมีกระท่อมหลังเล็กๆ เป็นที่พักชั่วคราวของพระและนักภาวนา สภาพโดยทั่วไป จึงมีความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย สงบร่มเย็น ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก จึงเหมาะกับผู้จะมาละกิเลสออกไปจากใจ หากผู้ใดปรารถนาความสะดวกสบาย คงต้องไปแสวงหาจากที่อื่น



แม้กระนั้นก็ตาม เมื่อมีโอกาส หลวงพ่อมักจะพาลูกศิษย์ออกไปธุดงค์แบบสัญจร เพื่อไปภาวนาและโปรดชาวโลกทิพย์ โลกวิญญาณ ตามคำนิมนต์ของเหล่าเทวดาและญาติธรรม หลวงพ่อบอกว่า ชาวโลกวิญญาณนั้น น่าสงสารมาก บางพวกบุญน้อยมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายวิญญาณออกไปจากแหล่งที่อยู่อาศัยได้ บางที่ก็เกิดตายอยู่ที่แห่งนั้น นับเวลาเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนปีก็มี บางแห่งวิญญาณเหล่านั้น ก็จมปรักไม่สามารถไปเกิดในภพภูมิใหม่ได้ จนกว่าจะมีพระอรหันต์หรือผู้มีบุญบารมีไปโปรดพวกเขา หลวงพ่อบอกว่า ผู้ที่ไปกับหลวงพ่อ จะได้ผลานิสงส์มากมายมหาศาล เพราะนอกจากตัวเองจะเพียรภาวนาอย่างหนักแล้ว ยังได้แผ่บุญกุศลให้กับพวกเทวดาและวิญญาณ บางที่เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านดวงวิญญาณก็มี เมื่อเขาอนุโมทนากลับมา ก็ย่อมได้รับบุญกุศลเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านบุญกลับมาเช่นกัน น้อยคนนักจักได้มีโอกาสเช่นนี้ หลวงพ่อจึงบอกพวกเราเสมอว่า ท่านจะไม่พาลูกศิษย์สร้างวัด สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างเสนาสนะใหญ่โต เพื่อพอกพูนกิเลส แต่ท่านจะสร้างทายาทธรรม ผู้ที่จะสืบทอดเนื้อนาบุญ และจะแนะนำสั่งสอนผู้ที่ใฝ่ในธรรม ตามทางสายกลางของพระพุทธเจ้า อย่างสมถะ เรียบง่ายที่สุด ดังตัวอย่างธรรมปฏิบัติสัญจรต่อไปนี้



ธรรมปฏิบัติสัญจรวาระที่ 1

1. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ ปราสาทเปลือยน้อย

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 พวกเรามีหลวงพ่อ หลวงพี่ ดร.นนต์ ป้าหวัง ดาบตำรวจก้าน ครูกี๋ ตำรวจโก ได้ออกเดินทางจากวัดโคกปราสาท ราวห้าโมงเย็น ไปถึงปราสาทเปลือยน้อย อ.เปลือยน้อย จ.ขอนแก่น ราวทุ่มกว่าๆ หลังจากได้สวดมนต์และนั่งภาวนาแล้ว พวกเราได้เดินจงกรมรอบปราสาทหิน สลับกับการนั่งภาวนาท่ามกลางอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งคืน ค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีชาวโลกทิพย์ และโลกวิญญาณพากันหลั่งไหลมากันจำนวนมาก ตลอดทั้งคืน จนหลวงพ่อแทบไม่ได้นอน พวกเราภาวนาไป ก็ได้ยินเสียงหมาหอน เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง เสียงกบเขียด จั๊กจั่นเรไร สารพัดเสียง ร้องระงมกันทั้งคืน หลวงพ่อบอกว่า พวกเราได้รับผลานิสงส์อย่างมากมาย จึงนับเป็นคืนมหัศจรรย์อีกวาระหนึ่ง







เดินจงกรมรอบปราสาท











2. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ โพนพิสัย หนองคาย

วันที่ 1 ธันวาคม 2555 พวกเราได้เดินทางออกจากปราสาทหินเปลือยน้อย มุ่งหน้าสู่โพนพิสัยดิน แดนบั้งไฟพญานาค ตามคำเชิญของชาวโลกทิพย์ ที่จริงแล้ว หลวงพ่อเคยไปโปรดพวกเขามาแล้วถึงสามครั้ง พญานาคที่เหลือมาบอกหลวงพ่อที่วัดว่า ปีนี้เงียบเหงามากเพราะผู้เล่นบั้งไฟไปเกิดในภูมิใหม่แล้ว ฉะนั้น ค่ำคืนนี้ชาวโลกทิพย์จึงมากันน้อยกว่าทุกครั้ง แต่กระนั้น ในค่ำคืนนี้ ก็ยังมีชาวโลกทิพย์จากคำชะโนดและจากแก่งหลี่ผีในประเทศลาว ได้มานิมนต์หลวงพ่อให้ไปโปรดพวกเขาด้วย นอกจากนั้น บรรดาลูกศิษย์ที่ไปด้วยนอกจากจะได้ภาวนาและแผ่เมตตาแล้ว ยังได้รับการแก้ไขข้อติดขัดในการภาวนาของแต่ละคนได้ และยังมีเรื่องอจินไตยเฉพาะบุคคลเกิดขึ้นเป็นปัตจัตตัง








 


3. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ คำชะโนด ดินแดนพญานาค

วันที่ 2 ธันวาคม 2555 คณะได้สัญจรไปโปรดชาวโลกทิพย์ ณ คำชะโนด ดินแดนพญานาคอันเลื่องชื่อ ตามคำนิมนต์ของพญานาคตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ที่โพนพิสัย คณะของพวกเราเข้าไปโปรดพวกเขา นานราวเกือบชั่วโมง แล้วจึงเดินทางกลับ เป็นอันว่าจบภารกิจของการธุดงค์สัญจรในครั้งนี้











ธรรมปฏิบัติสัญจรวาระที่ 2
7 - 10 ธันวาคม 2555


1. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ อ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์ เขากระโดง บุรีรัมย์


หลังจากเสร็จสิ้นการธุดงค์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พอถึงสัปดาห์นี้ มีบรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อมากันจำนวนมาก มีขบวนรถยนต์ติดตามกันไปถึง 12 คัน ราว 60 คน พวกเราออกเดินทางจากวัดโคกปราสาทเกือบหกโมงเย็น มุ่งไปพักค้างแรม ณ ริมอ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่แห่งนี้ ตำรวจโก ซึ่งประจำอยู่อำเภอปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นผู้นิมนต์หลวงพ่อ ด้วยเหตุที่พวกวิญญาณมาบอกตำรวจโกในนิมิต พวกเราเดินทางไปถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำราวทุ่มกว่า หลังจากนั้น จึงได้ทำวัตรเย็นและนั่งภาวนาท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ค่ำคืนนี้ ชาวโลกทิพย์และโลกวิญญาณมากันเป็นจำนวนมาก บ้างก็เป็นวิญญาณตายโหงที่อยู่บนถนนใกล้ๆ วิญญาณบางพวกก็แวะเข้ามาดูว่า พวกเราพากันมาทำอะไร เมื่อทราบเหตุแล้ว จึงได้ไปชักชวนกันมาเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า บางครั้ง พวกโลกวิญญาณจะมองเห็นแสงสว่างไสว จึงได้พากันมาดูตามแสงสว่างนั้น





ณ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีพญานาคเป็นหัวหน้าใหญ่ พวกเขาได้เนรมิตเป็นแสงสว่างผุดจากผิวน้ำลอยขึ้นมาหาหลวงพ่อ ประมาณเที่ยงคืน พ่อใหญ่บาง ขณะกำลังนั่งภาวนาก็มองเห็นด้วยตาเนื้อ ส่วนคุณน้ามิตรขณะนั่งภาวนาราวตีหนึ่ง ก็เห็นพญานาคลำตัวเท่าต้นตาลผุดจากผิวน้ำ แล้วลอยเป็นแสงยาวเหมือนหลอดไฟนีออน เป็นเส้นโค้งหลากสีเหมือนกับสายรุ้ง พุ่งไปลงในบาตรของหลวงพ่อ บางคนออกไปเดินจงกรมห่างออกไปเล็กน้อย ก็มองเห็นพวกวิญญาณ และอีกหลายๆคน ก็เห็นด้วยญาณในเป็นปัจจัตตังเช่นกัน



เช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2555 หลังจากทำวัตรเช้าและนั่งภาวนาแล้ว พวกเราได้ถวายภัตตาหารเช้าแด่หลวงพ่อ ข้างหลังจะมองเห็นอ่างเก็บน้ำวุฒิศักดิ์



2. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี

คณะของพวกเราออกเดินทางจากเขากระโดง ราวเกือบสี่โมงเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม 2555 มุ่งหน้าสู่ผาแต้ม เพื่อไปปักกลดค้างคืนกันที่นั่น ก่อนถึงผาแต้ม พวกเราได้ไปแวะอาบน้ำ ณ แก่งตะนะ ที่อยู่ใต้เขื่อนปากมูลเล็กน้อย หลังจากนั้น จึงออกเดินทางไปถึงผาแต้มราวเกือบหกโมงเย็น แต่เนื่องด้วยบริเวณผาแต้มเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คณะของพวกเรา จึงต้องย้อนกลับมาพักอีกบริเวณหนึ่งซึ่งอยู่ห่างราวเกือบสองกิโลเมตร







การมาปักกลดที่ผาแต้มนี้ แม้ชาวโลกทิพย์จะไม่มากันมากมายนัก เนื่องจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านได้มาโปรดพวกเขา จนไปเกิดในภพภูมิใหม่กันเกือบหมดแล้ว หลวงพ่อบอกพวกเราตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่า ถ่ายรูปก็ไม่ติดดวงจิตญาณหรอก แต่ท่านบอกคุณน้ามิตรเป็นนัยๆว่า จะมีแต่ตัวสูงๆ ท่วมต้นไม้ใหญ่นู้น

หลังจากพวกเราได้กางเต็นท์แล้ว จึงมานั่งฟังธรรมหลวงพ่อ ขณะเดียวกัน ชาวโลกทิพย์ก็มากันจำนวนหนึ่ง มีทั้งท้าวมหาพรหม เทวดา พญานาค และดวงวิญญาณ มานั่งฟังธรรมรวมอยู่ด้วย ขณะที่ธรรมกำลังเลื่อนไหล ก็ปรากฏมีเจ้าหน้าที่ของอุทยาน เดินมาพร้อมกับส่งเสียงดังเรียกเก็บเงินค่ากางเต็นท์ เป็นการขัดจังหวะธรรมโดยไม่รู้ตัว บุรุษผู้หนึ่งต้องแก้สถานการณ์ เพื่อไม่ให้เขาเกิดกรรมมากไปกว่านี้ มาทราบภายหลังว่า ท้าวมหาพรหมที่มีกายเหลืองอร่าม เกรงหลวงพ่อจะตำหนิพวกเขาและหยุดแสดงธรรม ท่านจึงพยายามสื่อผ่านคุณเป๊กผู้มีญาณใน คือมีตาทิพย์หูทิพย์ ให้รีบเข้าไปกราบนิมนต์หลวงพ่อให้แสดงธรรมต่อไป เพราะนานๆ จะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้า หลวงพ่อบอกว่า หากพระอรหันต์รู้สึกตำหนิผู้ใดแล้วละก็ ผู้นั้นคงต้องตกนรกหมกไหม้เป็นแน่ ท่านจึงไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะพระผู้พ้นแล้ว ย่อมไม่มีความโกรธต่อผู้ใด

หลังจากทำวัตรเย็นและนั่งภาวนาแล้ว หลวงพ่อบอกพวกเราว่า หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และลูกศิษย์คู่บารมีอีกสององค์ มาให้กำลังใจคณะของพวกเรา ท่านมาชื่นชมว่า ปฏิบัติดีแล้ว ถูกต้องแล้ว หลวงปู่มั่นท่านยังได้บอกอีกต่อไปว่า ณ บริเวณชะง่อนผาแต้มแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ท่านได้ตั้งสัจอธิษฐาน ขอบรรลุธรรมตั้งแต่เมื่อครั้งออกบำเพ็ญเพียรใหม่ๆ ท่านแวะมาภาวนาอยู่ที่นี่นานพอสมควร ส่วนลูกศิษย์ของท่านสององค์นั้น หลวงพ่อบอกว่า เป็นเณรคอยรับใช้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่น และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วเช่นกัน แต่หลวงพ่อไม่ได้ถามนามของท่าน


หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


หลังจากนั้น หลวงพ่อบอกให้ทุกคนตั้งใจภาวนาจนสว่าง อย่านอน เพราะผู้ใดสามารถทำได้ จะได้ผลานิสงส์มาก เพราะเป็นดินแดนของพระอริยเจ้า หลวงปู่มั่น และชาวโลกทิพย์ ก็คอยอนุโมทนาอยู่ หลวงพ่อได้พาญาติธรรมบางส่วน ออกไปเดินจงกรม โดยเดินไปตามถนนราดยาง ไปจนถึงบริเวณผาแต้ม ไปกลับก็หลายกิโลเมตร จนถึงตีสองกว่า จึงพากันแยกย้ายไปภาวนาต่อตามอัธยาศัย พอถึงเวลาตีสี่ จึงมารวมกันทำวัตรเช้า และนั่งภาวนาต่อจนถึงรุ่งเช้า 

ส่วนบุรุษผู้หนึ่ง ในค่ำคืนนี้ ชั่งเป็นคืนที่วิเศษ เพราะเขาสามารถนั่งภาวนาได้นานและมีความสงบ พร้อมทั้งเกิดความปีติ มีกำลังซาบซ่านไปทั้งกายและใจ อิ่มเอมอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อบอกว่า เพราะบุรุษผู้นี้รู้ว่า หลวงปู่มั่นมาให้กำลังใจและมาอนุโมทนานั่นเอง บุญบารมีของหลวงปู่มั่นและหลวงพ่อ ชั่งมีผลานุภาพมากมายจนประมาณมิได้ เรื่องนี้จึงเกินจะอธิบายได้

ส่วนหลวงพี่ปลั๊ก ท่านได้แยกตัวออกไปภาวนาบนลานหินที่อยู่ใกล้ๆตลอดทั้งคืน พอตอนเช้าหลวงพี่เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีเปรตตัวสูงท่วมต้นไม้ใหญ่หลายตน เข้ามาขอส่วนบุญ เวลาพวกเขามา มีเสียงครืนๆจนใบไม้กิ่งไม้ดังระรัว หลวงพี่บอกว่า เป็นเปรตรุ่นใหม่ คงเกิดหลังยุคของหลวงปู่มั่น เพราะในยุคนั้น หลวงปู่มั่นได้โปรดไปหมดแล้ว ก็เป็นจริงตามที่หลวงพ่อบอกไว้ทุกประการ



3. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ ถ้ำเหวสินธุ์ชัย อ.โขงเจียม อุบลราชธานี


หลังจากคณะพวกเราเดินทางออกจากผาแต้มแล้ว พวกเรามุ่งหน้าสู่ถ้ำเหวสินธุ์ชัย ตามที่ชาวโลกทิพย์ได้มานิมนต์หลวงพ่อไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ความจริงแล้ว ขณะที่พวกเราอาบน้ำอยู่ที่แก่งตะนะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำเหวสินธุ์ชัยเท่าใดนัก พวกชาวเทพเขาก็อยากให้หลวงพ่อและคณะมาพักค้างคืน ทั้งที่แก่งตะนะและที่ถ้ำเหวสินธุ์ชัย แต่หลวงพ่อได้รับปากว่า จะไปพักที่ผาแต้มแล้ว จึงขอไปโปรดพวกเขาในช่วงกลางวันแทน คณะของพวกเราไปถึงถ้ำเหวสินธุ์ชัยก่อนเที่ยง ณ บริเวณด้านบนของถ้ำ มีผลานหินกว้างเหมาะกับการภาวนา ขณะที่พวกเรานั่งพักอยู่นั้น หลวงพ่อได้แสดงธรรมบางประการ บุรุษผู้หนึ่งจึงรู้ทันทีว่า หลวงพ่อไม่ได้แสดงธรรมให้แค่ลูกศิษย์ฟังเท่านั้น คงมีฤาษีในโลกทิพย์มานั่งฟังกันอยู่หลายตนแน่ๆ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น หลวงพ่ออุปมาว่า ลานหินที่ไม่มีหญ้าหรือต้นไม้ใดสามารถเกิดขึ้นได้ ก็เปรียบเสมือนผู้ที่สิ้นกิเลสแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดๆ มาเกาะกุมในจิตใจได้ ส่วนบริเวณใดที่มีดินปกคลุมอยู่ หญ้าและต้นไม้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เกิดๆ ตายๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้น ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับผู้ที่ยังไม่สิ้นกิเลส จึงต้องเกิดมาพบกับการตายวนเวียนอยู่อย่างนั้น เป็นฤาษีก็เป็นฤาษีตาเปียกตาแฉะอยู่อย่างนั้น หลงฤทธิ์ หลงอวิชชาอยู่อย่างนั้น เมื่อไหร่จะหูตาสว่างเสียที แล้วท่านก็หันมามองที่บุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งก็เคยเป็นฤาษีมาแล้วเช่นกัน








หลวงพ่อช่วยแก้ไขการภาวนาของบุรุษผู้หนึ่ง

ส่วนบุรุษผู้หนึ่งนั้น หลวงพ่อได้หยอดยาล้างตา ขนานดีให้กับเขา หลังจากท่านได้เทศกัณฑ์ฤาษีตาแฉะแล้ว ท่านได้แก้วิถีการภาวนาของเขา เพราะเขาติดในการใช้ปัญญาในการพิจารณาธรรมมากเกินไป จนบางครั้งกลายเป็นวิปัสสนูก็มี ซึ่งหลวงพ่อก็เคยแก้วิปัสสนูให้เขาทันท่วงทีมาแล้ว การใช้ปัญญามากเกินไป ก็ทำให้จิตไม่สงบ และไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ภูมิธรรมชั้นสูงได้ คราวนี้ท่านจ้องหน้าเขา พร้อมกับเอ่ยว่า ให้ดับที่ความคิด เพราะความคิดเป็นอวิชชา และเป็นสมุทัย ให้พิจารณาที่กายจุดใดจุดหนึ่ง ดังที่เขาเคยเน้นพิจารณาที่ดวงตา จนเคยเกิดภาพหน้าตัวเองเน่าเปลื่อยมาแล้ว และขอให้มีสติอย่าขาดสาย เดี๋ยวแสงสว่างจะเกิดขึ้นเอง เมื่อแสงสว่างเกิดขึ้น ปัญญาก็จะเกิดขึ้นเป็นอัตโนมัติ พร้อมกับญาณรู้แจ้งตามมา ซึ่งจริตของเขาเป็นมาแบบนี้ ท่านจึงช่วยแก้ด้วยวิธีแบบนี้ หลวงพ่อกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่เกินสามเดือน สามารถทำได้แน่ ทำเอาเด้อ...

ความจริงแล้ว หลวงพ่อก็เคยแนะวิธีให้เขามาแล้ว ตั้งแต่อยู่ที่โพนพิสัย แต่คราวนี้ ท่านได้เน้นเฉพาะตนจริงๆ อีกครั้ง เขาจึงมีกำลังใจ เพราะคำกล่าวของพระผู้พ้นแล้วเป็นหนึ่งไม่มีสอง และเป็นจริงเสมอ เขารู้สึกปีติจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว เพราะหลวงพ่อท่านเมตตา ท่านรู้วาระจิต ท่านรู้อดีตอนาคตของลูกศิษย์ แม้แต่คราวช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ท่านก็ได้บอกไว้ล่วงหน้าว่า จะเกิดภูมิธรรมขึ้นภายในช่วงเข้าพรรษา ให้เร่งเอาเด้อ ซึ่งเขาก็สามารถทำได้ตามนั้นแล้ว








4. โปรดชาวโลกทิพย์ 
ณ ทุ่งนา ใกล้ตัวเมืองอำนาจเจริญ

หลังจากพวกเราออกจากถ้ำเหวสินธุ์ชัยแล้ว พวกเราได้มุ่งหน้าสู่ที่นาของอาจารย์วาสนา ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ไปถึงที่นั่นราวๆ เกือบทุ่มของวันที่ 9 ธันวาคม 2555 บริเวณที่นาแห่งนี้ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอำนาจเจริญเพียงแค่ 10 กิโลเมตร เมื่อคณะของพวกเราไปถึง ได้มีญาติโยมมารอกราบหลวงพ่อและรอฟังธรรมนับสิบคน ค่ำคืนนี้ ทุกคนต่างเหนื่อยล้า เพราะการเดินทางมาตลอดทั้งวัน และไม่ได้หลับนอนมาหลายคืน จึงทำให้การภาวนาไม่ได้ตลอดทั้งคืน แต่ทุกคนต้องตื่นขึ้นมาทำวัตรเช้าตอนตีสามครึ่ง พร้อมกับภาวนาต่อจนถึงรุ่งสาง เช้านี้ก็ยังมีญาติพี่น้องของอาจารย์วาสนา นำอาหารมาถวายมากมาย ซึ่งจะเป็นบุญหนุนเนื่องให้มั่งมีศรีสุข มีกินมีใช้ไม่อดอยากในอนาคตชาติต่อไป ด้วยเหตุแห่งบุญที่ได้ทำทานกับพระอริยเจ้า และเหล่าสานุศิษย์ระดับอริยบุคคล จึงขออนุโมทนาสาธุด้วยทุกประการครับ

หลังจากนั้น คณะพวกเราได้ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับวัดโคกปราสาท ถึงวัดราวบ่ายสามโมง ส่วนบุรุษผู้หนึ่งและลูกศิษย์บางคน ยังไม่อยากกลับบ้าน จึงขออยู่ภาวนากับหลวงพ่อที่วัดต่ออีก 1 คืน จึงนับเป็นบุญวาสนาที่พวกเราได้เคยบำเพ็ญเพียรมากับหลวงพ่อ จนนับภพชาติไม่ได้ เมื่อหลวงพ่อท่านถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว ท่านจึงได้อธิษฐานจิตด้วยความเมตตาของท่านว่า ขอให้บรรดาผู้ที่เคยร่วมบำเพ็ญมากับท่าน และมีบุญมากพอที่จะพ้นกิเลสได้ หรือมีบุญพอที่จะได้มาภาวนา เพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ก็ขอให้ได้มาพบกัน หากไม่ใช่ก็ขอให้เขาหลีกไปก่อน ขอให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ปรารถนาความหลุดพ้นจริงๆ มิใช่พื้นที่สำหรับการอ้อนวอนขอลาภสักการะ หรือวัตถุมงคลใดๆ ถ้าใครอยากได้ก็ให้ไปที่อื่น (ผู้เขียนต่อเติม)

ท้ายสุดนี้ ผลานิสงส์ทั้งหลายที่พวกเราได้กระทำมาดีแล้ว ได้โปรดแผ่ไปถึงผู้เจริญในธรรมทุกท่าน ตลอดจนผู้เข้ามาอ่านเจอบทความนี้ทุกคน จงมีแต่ความสุขความเจริญ สงบร่มเย็น มั่งมีศรีสุข แลสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรม จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งทุกข์คือพระนิพพาน ทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
15 ธันวาคม 2555

3 ความคิดเห็น:

  1. เพิ่งมาอ่านเจอครับท่านดอกเตอร์..ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ
    ..ศิษย์อุดร..

    ตอบลบ
  2. สาธุ อนุโมธนาบุญ ..

    ตอบลบ